การวินิจฉัยทารกในครรภ์เพื่อตรวจหาความผิดปกตินั้นมีอยู่หลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีมีความจำเป็นในการตรวจและมีความปลอดภัยแตกต่างกัน จึงขอแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่รู้จักการตรวจวินิจฉัยทารกก่อนคลอดวิธีต่างๆ ตามข้อมูล ที่ thai-mom นำมาฝากด้านล่างนี้เลยค่ะ

การวินิจฉัยทารกก่อนคลอด

การวินิจฉัยทารกก่อนคลอด

การตรวจอัลตราซาวนด์

หรือการตรวจด้วยคลื่นเสียงเป็นวิทยาการก้าวหน้าทางสูติศาสตร์ปัจจุบัน หญิงตั้งครรภ์ หลายๆคนมักจะมีข้อสงสัยว่าคลื่นเสียงความถี่สูงที่ใช้นี้จะรบกวน ทารกในครรภ์ หรือไม่ และมีความปลอดภัยในการใช้คลื่นเสียงนี้มากน้อยเพียงใด รวมถึงความถี่ของการตรวจด้วย หรือ อัลตราซาวนด์ มีประโยชน์อย่างไร

โดยทั่วไปอัลตราซาวนด์ใช้เพื่อประโยชน์ต่อไปนี้

• กำหนดวันคลอดที่แน่นอน โดยคำนวณจากขนาดของ ทารกในครรภ์

การวินิจฉัยทารกก่อนคลอด

การวินิจฉัยทารกก่อนคลอด

• วินิจฉัยภาวะผิดปกติในกรณีที่มดลูกโตกว่าระยะการขาดประจำเดือน
• วินิจฉัยการตั้งครรภ์ในกรณีที่ขาดประจำเดือน ๗ สัปดาห์ และการตรวจทางห้องทดลองให้ผลลบ
• วินิจฉัยภาวะผิดปกติในกรณีที่มีเลือดออกทางช่องคลอดในขณะตั้งครรภ์อ่อนๆ เช่น การตั้งครรภ์นอกมดลูก หรือภาวะแท้งบุตร
• ตรวจดูตำแหน่งของห่วงอนามัยในโพรงมดลูก
• กำหนดตำแหน่งที่รกอยู่ในโพรงมดลูก เพื่อการเก็บเนื้อรกส่งตรวจ หรือตำแหน่งที่เจาะถุงน้ำคร่ำ
• วินิจฉัยภาวะของทารกในครรภ์ ในกรณีที่ไม่ได้ยินเสียงหัวใจเด็กเมื่อถึงเวลาที่สมควรจะได้ยิน
• วินิจฉัยสภาพของทารกในครรภ์ เช่น ครรภ์แฝด หรือทารกผิดปกติ หรือสัดส่วนน้ำหล่อเด็กที่มากเกินไป
• ตรวจขนาดและสภาพของรก
• ตรวจดูขนาดของ ทารกในครรภ์ กรณีที่มีการเจ็บครรภ์ก่อนกำหนด หรือการตั้งครรภ์เกินกำหนด
• ประเมินสุขภาพของทารกในครรภ์
• การตรวจอัลตราซาวนด์นี้ทำได้ตั้งแต่อายุครรภ์ ๕ สัปดาห์ขึ้นไป และตรวจได้ทั้งทางช่องคลอดและทางหน้าท้อง
หากจะถามว่า การตรวจอัลตราซาวนด์ มีความปลอดภัยเพียงใด ตั้งแต่ที่มีการใช้อัลตราซาวนด์มาประมาณ ๒๕ ปี ยังไม่พบว่ามีอันตรายที่เกิดจากการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงในการตรวจ จึงยังไม่มีข้อสรุปว่าการตรวจอัลตราซาวนด์ปลอดภัยหรืออันตรายเพียงใด

 

ขอบคุณข้อมูลจาก :นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่ม :209

Possibly Related Posts: