การทำ “เด็กหลอดแก้ว” ในภาษาไทยนั้นตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า “IVF” (In Vitro Fertilization) หมายความว่า การช่วยเหลือให้เกิดการปฏิสนธิของไข่และตัวอสุจิภายนอกร่างกายในหลอดแก้วทดลอง ภายใต้สิ่งแวดล้อมอุณหภูมิคล้ายกับภายในร่างกาย เมื่อได้ “ตัวอ่อน” ที่สมบูรณ์ ในขนาดที่เหมาะสม ก็นำกลับเข้าสู่ภายในร่างกายของสตรีผู้นั้น เพื่อให้ฝังตัวและเจริญเติบโตเป็นทารกภายในโพรงมดลูกต่อไปนั่นเองค่ะ

 

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับเด็กหลอดแก้ว ตอนที่ 2

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับเด็กหลอดแก้ว ตอนที่ 2

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับเด็กหลอดแก้ว ตอนที่ 2

อัตราความสำเร็จในการทำ “เด็กหลอดแก้ว” เท่ากับเท่าไร ?
ความสำเร็จในการทำ “เด็กหลอดแก้ว” วัดได้จากอัตราการตั้งครรภ์ อัตราการตั้งครรภ์ในการทำ “เด็กหลอดแก้ว” จากการหยอด “ตัว อ่อน” ทางปากมดลูก เท่ากับร้อยละ 10-20 และจากการหยอด “ตัวอ่อน” ทางปีกมดลูก (ZIFT) เท่ากับร้อยละ 30-40

ต้องเสียค่าใช้จ่ายการทำ “เด็กหลอดแก้ว” ครั้งละประมาณเท่าไร ?
ประมาณ 50,000 – 100,000 บาท แล้วแต่สถาบัน

อุปสรรคในการทำ “เด็กหลอดแก้ว” คืออะไร ?

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับเด็กหลอดแก้ว ตอนที่ 2

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับเด็กหลอดแก้ว ตอนที่ 2

อุปสรรคในที่นี้หมายถึง ข้อจำกัดหรือสิ่งที่ขัดขวางการไปสู่ความสำเร็จในการทำ “เด็กหลอดแก้ว” อันน ี้ขึ้นอยู่กับ
1. ความพร้อมของคู่สามีภรรยาที่มารักษา ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจหรือสุขภาพ ยกตัวอย่างอุปสรรค ทางด้านสุขภาพ ได้แก่
– ภรรยา มีปัญหาความผิดปกติทางสภาพร่างกาย เช่น รังไข่ไม่ทำงานหรือไม่ผลิตไข่ มดลูกมีเนื้องอกขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อน สิ่งเหล่านี้ต้องได้รับการแก้ไขก่อนที่จะทำ “เด็กหลอดแก้ว”
– สามี มีปัญหาด้านความสมบูรณ์ของ “เชื้ออสุจิ” ไม่ว่าจะเป็นจำนวนที่น้อยเกินไป หรือการเคลื่อนไหว ที่บกพร่องอย่างมาก แต่ปัจจุบันสามารถแก้ไขได้ง่ายด้วยวิธี เจาะไข่ใส่ “เชื้ออสุจิ” เข้าไป (ICST “อิ๊กซี่”)
2. ความพร้อมของห้องปฏิบัติการ รวมทั้งบุคลาการที่เกี่ยวข้องกับการรักษา ห้องปฏิบัติการจะต้องทันสมัย ีเครื่องมีพร้อมมูล สะอาด บุคลากรต้องมีความรู้ความชำนาญ โดยเฉพาะแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยง “ตัวอ่อน” (Embryologist)

คนไข้ส่วนใหญ่ต้องทำกี่ครั้ง ? จึงจะประสบผลสำเร็จ มีหรือไม่ที่ไม่ประสบความสำเร็จเลย

จะทำกี่ครั้งจึงประสบความสำเร็จนั้นคงตอบยากขั้นอยู่กับสุขภาพและฐานะทางเศรษฐกิจของคู่สมรสที่มารักษา
โดยปกติการทำ “เด็กหลอดแก้ว” แล้วหยอดตัวอ่อนทางปากมดลูก (กรณีมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถใส่เข้าทางปีกมดลูกได้) มีอัตราการตั้งครรภ์ร้อยละ 10-20 หมายความว่า ดำเนินการประมาณ 5 ครั้ง ประสบความสำเร็จ 1 ครั้ง
สำหรับการดำเนินการหยอด “ตัวอ่อน” ทางปีกมดลูก (ZIFT) จะมีอัตราการตั้งครรภ์ร้อยละ 30-40 หมายถึง ดำเนินการ 3 ครั้ง มีโอกาสประสบความสำเร็จ 1 ครั้ง
แต่จะมีคนไข้จำนวหนึ่งที่ไม่ว่าจะดำเนินการกี่ครั้ง ก็ไม่ประสบความสำเร็จเลย ดังนั้น จึงเป็นสิ่งที่คนไข้ควรขวนขวาย หาความรู้เพื่อมาประกอบการตัดสินใจ ส่วนแพทย์ผู้รักษาก็ควรจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับพยาธิสภาพและการพยากรณ์โรคแก่คนไข้อย่าง ตรงไปตรงมามากที่สุดเท่าที่จะทำได้

การทำ “เด็กหลอดแก้ว” กับการทำ “กิ๊ฟ” เหมือนกันหรือเปล่า

ไม่เหมือนกัน เพราะการทำ “เด็กหลอดแก้ว” เป็นกระบวนการที่ก่อให้เกิดการปฏิสนธิภายนอกร่างกายในหลอดแก้วทดลอง จากนั้นจึง นำกลับเข้าสู่ร่างกายแต่การทำ “กิ๊ฟ” เป็นกระบวนการนำเอา “เชื้ออสุจิ” และ “ไข่” เข้าไปใส่ไว้ในปีกมดลูก เพื่อให้มีการปฏิสนธิภายในร่างกาย
การทำเด็กหลอดแก้วก็เป็น ทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้ คนเป็นพ่อเป็นแม่สมหวัง หลังจากคุณได้อ่านบทความนี้ แล้ว คงจะตอบตัวเองได้ว่าจะเลือกทางนี้หรือเปล่า

ขอบคุณข้อความจาก : หมอชาวบ้าน ปีที่ 18 ฉบับ 207 ก.ค. 2539

Possibly Related Posts: