หน้าฝนได้เวียนมาอีกครั้ง ซึ่งนอกจากความเย็น ช่วยคลายความร้อนได้เป็นอย่างดีแล้ว ก็ยังนำพาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ตามมาด้วยทั้งโรคหวัดเพราะอากาศเปลี่ยน โรคไข้เลือดออกที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้และอีกโรคหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด ก็คือโรคมือ เท้า ปาก ของลูกน้อยนั่นเองค่ะ วันนี้  thai-mom มีวิธีป้องกันของโรคต่างๆ เหล่านี้มาให้ศึกษากันค่ะ

 

โรคมือ เท้า ปาก ในเด็ก

โรคมือ เท้า ปาก ในเด็ก

โรคมือ เท้า ปาก ในเด็กป้องกันได้

โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มที่อยู่ในลำไส้คน มักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่ง เด็กทารก และเด็กเล็กๆ มีโอกาสเป็นโรคนี้ได้ง่าย และจะมีอาการรุนแรงมากกว่าเด็กโต โรคนี้มักจะพบใน สถานรับเลี้ยงเด็ก ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล และสถานที่เล่นของเด็กในห้างสรรพสินค้า พูดง่ายๆก็คือ สถานที่ไหนที่มีเด็กๆอยู่รวมกันอย่างแออัด ก็ย่อมมีโอกาสเกิดการระบาดได้มาก ในประเทศไทยพบโรคนี้ได้บ่อยประปรายตลอดปี และเพิ่มมากขึ้นในฤดูฝนซึ่งอากาศจะเย็นและชื้นแต่มากไม่มีความรุนแรงและหายใจได้เองภายใน 7-10 วัน แต่ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอันตรายจากภาวะแทรกซ้อนได้โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นเด็กเล็กๆ ผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น สมองอักเสบ อัมพาต กล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียก กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งอาจเสียชีวิตได้
โรคมือ เท้า ปาก ติดต่อได้อย่างไร
เชื้อโรคที่ทำให้เกิด โรคมือ เท้า ปาก จะอยู่ในน้ำลาย น้ำมูก อุจจาระ น้ำในตุ่มพองหรือแผลของผู้ป่วย เชื้อโรคสามารถเข้าทางปากได้โดยตรง ซึ่งอาจติดมากับมือ ของเล่น การไอ การจาม การใช้ภาชนะหรือเครื่องดื่มน้ำร่วมกัน โรคนี้จะติดต่อกันได้ง่ายในช่วงสัปดาห์รกของการป่วยและจะพบเชื้อในอุจจาระผู้ป่วยได้นานประมาณ 6 สัปดาห์หลังจากเริ่มป่วย

อาการของโรคมือ เท้า ปาก

โรคมือ เท้า ปาก ในเด็ก

โรคมือ เท้า ปาก ในเด็ก

 

 

คือมีไข้ 2-4 วัน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร เจ็บภายในปากและคอ ปวดเมื่อยตามตัวคล้ายไข้หวัด มีจุดหรือผื่นแดงอักเสบที่ลิ้น เหงือก กระพุ้งแก้ม ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือที่ก้น ต่อมาผื่นนี้จะกลายเป็นตุ่มพองใสรอบๆ แดงและแตกออกเป็นแผลหลุมตื้นๆ ถ้าลูกมีอาการเหล่านี้หรือซึม ไม่รับประทานอาหารและน้ำ น้ำลายไหล อาเจียนบ่อย หอบ แขนขาอ่อนแรง ชัก ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเกิดภาวะสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือน้ำท่วมปอด ซึ่งจะรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

โรคมือ เท้า ปาก ป้องกันได้

1. ควรดูแลรักษาความสะอาดทั่วไปและสุขอนามัยส่วนบุคคล โดยล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดก่อนเตรียมอาหารและสอนให้ลูกล้างมือก่อนรับประทานอาหารและหลังขับถ่ายทุกครั้งจนติดเป็นนิสัย
2. รับประทานอาหารที่สะอาดปรุงใหม่ๆ ไม่มีแมลงวันตอม
3. ควรใช้ช้อนกลางในการรับประทานอาหาร และไม่ให้ลูกใช้แก้วน้ำ หลอดดูด ช้อน หรือขวดนมร่วมกับผู้อื่นโดยเด็ดขาด
4. หลีกเลี่ยงการคลุกคลีอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย โดยแยกเด็กที่ป่วยออกจากเด็กปกติ และให้หยุดเรียนจนกว่าจะหายป่วย
5. หลีกเลี่ยงการนำเด็กทารกและเด็กเล็กเข้าไปในสถานที่ที่แออัด หรือที่ที่มีเด็กอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก หรือเล่นของเล่นร่วมกันในที่สาธารณะในช่วงที่มีโรคระบาด
6. ผู้ดูแลเด็กต้องตัดเล็บให้สั้น หมั่นล้างมือบ่อยๆ และรีบล้างมือให้สะอาดโดยเร็ว เมื่อเช็ดน้ำมูก น้ำลาย หรือเปลี่ยนผ้าอ้อม เสื้อผ้าที่เปื้อนอุจจาระเสร็จ
7. ทำความสะอาดพื้น เครื่องใช้หรือของเล่นเด็กที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรคอย่างสม่ำเสมอด้วยยาฟอกขาว (คลอร็อกซ์) อัตราส่วนคือ น้ำยา 20 ซีซี ต่อน้ำ 1000 ซีซี และล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง
8. ถ้าพบผู้ป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่โดยเร็ว เพื่อดำเนินการควบคุมโรคต่อไปค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสาร บันทึกคุณแม่ Vol.18 August 2010

Possibly Related Posts: