การทำกิฟท์มีหลายขั้นตอน วันนี้ thai-mom มีบทสรุปของขั้นตอนในการทำกิฟท์มาให้ทุกท่านได้ศึกษาเพื่อให้เป็นความรู้มาฝากทุกท่านค่ะ

 

 

สรุปขั้นตอนในการทำกิฟท์

สรุปขั้นตอนในการทำกิฟท์

 

สรุปขั้นตอนในการทำกิฟท์

ในทางปฏิบัติ สามารถแบ่งขั้นตอนของการทำกิฟท์ให้ละเอียดดีขึ้นได้ ดังนี้

1. ทำการศึกษาและสอบถามให้เข้าใจเกี่ยวกับการทำกิฟท์
โดยศึกษาจากเอกสาร หนังสือต่างๆ หรือสอบถามจากแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง

2. การตรวจและทดสอบก่อน การทำกิฟท์
โดยแพทย์จะทำการตรวจสอบว่าเหมาะสมต่อการรักษาด้วยวธีนี้หรือไม่ และจะเริ่มทำเมื่อไหร่

3. การกระตุ้นรังไข่
โดยแพทย์จะให้ยาซึ่งอาจจะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย

4. การติดตามการเจิรญเติบโตของถุงไข่
โดย การตรวจอัลตร้าซาวด์การตรวจเลือดหาระดับฮอร์โมน และอื่นๆ

สรุปขั้นตอนในการทำกิฟท์

สรุปขั้นตอนในการทำกิฟท์

5. การฉีดยาให้ไข่สุกเต็มที่ และการกำหนดเวลาเก็บไข่
โดยฉีดยาเอชซีจี เมื่อถุงไข่เจริญเต็มที่

6. การเก็บไข่
โดยทำการเก็บไข่ประมาณ 34 – 38 ชั่วโมงหลังไข่ตก

7. การเตรียมอสุจิ
โดยนำอสุจิส่งห้องปฏิบัติการ ก่อนเก็บไข่ 2 ชั่วโมง เพื่อทำการคัดแยกอสุจิ

8. การนำไข่และอสุจิไปใส่ไว้ในท่อนำไข่
โดยนำไข่และอสุจิใส่ในท่อนำไข่ โดยผ่านทางท่อที่เจาะผ่านผนังหน้าท้อง
9. การให้ฮอร์โมนในระยะหลังการทำกิฟท์
โดยแพทย์จะให้ฮอร์โมนช่วยในการฝังตัวของตัวอ่อน

10. การทดสอบการตั้งครรภ์
โดยสามารถตรวจดู การตั้งครรภ์ โดยหาฮอร์โมนในเลือด ประมาณ 12 วันหลังจากการทำกิฟท์ เมื่อมีการตั้งครรภ์ประมาณ 6 – 8 สัปดาห์ แพทย์จะตรวจอัลตร้าซาด์เพื่อดูว่า มีการเจริญเติบโตของทารกหรือไม่ และเป็นครรภ์แฝดหรือไม่

จะเห็นได้ว่า การทำกิฟท์ มีหลายขั้นตอน ผู้ป่วยต้องเสียเวลาเดินทางมาฉีดยากระตุ้นรังไข่ และตรวจดูการเจริญเติบโตของถุงไข่ มีการตรวจเลือดและอัลตร้าซาด์บ่อยครั้ง มีการผ่าตัดและอื่นๆ ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการรักษาด้วยวิธีนี้ค่อนข้างสูง

ผลการตั้งครรภ์

โอกาสการตั้งครรภ์จากการรักษาด้วยวิธีนี้แตกต่างกันไปในแต่ละสถาบันขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง ที่สำคัญได้แก่ ข้อชี้บ่งของการทำกิฟท์ อายุของคู่สมรส โดยเฉพาะฝ่ายหญิง เทคนิคการทำ และอื่นๆ

โดยทั่วไปการทำกิฟท์แต่ละรอบ จะมีโอกาสตั้งครรภ์ประมาณร้อยละ 20 – 30 อย่างไรก็ดี ในจำนวนผู้ที่ตั้งครรภ์เหล่านี้ จะมีโอกาสแท้งบุตรประมาณร้อยละ 20 ครรภ์แฝดร้อยละ 30 และครรภ์นอกมดลูกร้อยละ 5 – 10 จากข้อมูลจนถึงปัจจุบัน ทารกที่เกิดมามีโอกาสเกิดความพิการไม่แตกต่างกับ การตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ และการพัฒนาของเด็กก็เป็นไปตามปกติ

ขอบคุณข้อมูลจาก : จากเอกสารเผยแพร่ความรู้ทางสุขภาพ “การรักษาภาวะมีบุตรยาก กิฟ: การนำเซลล์สืบพันธุ์ไปใส่ที่ท่อนำไข่” โครงการชีววิทยาการเจริญพันธุ์คลินิก ภาควิชาสูติศาสตร์ – นรีเวชวิทยา และศูนย์วิจัย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

Possibly Related Posts: