วันนี้ thai-mom มีข้อมูลของคุณแม่ที่ทำกิฟท์ และหลังทำกิฟท์คุณแม่ควรปฏิบัติตัวอย่างไร และดูแลตัวเองอย่างไรไปศึกษาได้จากข้อความด้านล่างที่เรานำมาฝากนี้เลยค่ะ

 

การปฏิบัติตัวภายหลังการทำกิฟท์

การปฏิบัติตัวภายหลังการทำกิฟท์

การปฏิบัติตัวภายหลังการทำกิฟท์

• ควรงดเพศสัมพันธ์ประมาณ 1 สัปดาห์ภายหลังการทำ
• ควรพักผ่อน 1 – 2 วัน จากนั้นสามารถทำงานได้ตามปกติ แต่ควรงดการทำงานหนักและการออกกำลังกายที่หักโหม
• แพทย์จะให้ยาเพื่อช่วยในการฝังตัวของตัวอ่อน ซึ่งอาจเป็นชนิดรับประทานหรือสอดในช่องคลอด
• ภายหลังการทำกิฟท์ประมาณ 10 – 14 วัน จะสามารถตรวจเลือดดูว่า มี การตั้งครรภ์ เกิดขึ้นหรือไม่
• ในกรณีที่ไม่ประสบผลสำเร็จ จะมีประจำเดือนมาตามปกติ และหากต้องการทำซ้ำ ควรรอเวลาประมาณ 2 – 3 เดือน เพื่อให้รังไข่และระบบต่างๆ ของร่างกายกลับสู่ปกติก่อน

คู่สมรสที่เหมาะสมต่อการรักษาด้วยกิฟท์

มีการศึกษาถึงการทำกิฟท์ในคู่สมรส ที่มี สาเหตุของการมีบุตรยาก ต่างๆ กัน ได้แก่
• การมีบุตรยากที่หาสาเหตุไม่พบ
• ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
• ความผิดปกติที่ปากมดลูก
• เชื้ออสุจิน้อย
• ในกรณีที่มีการบริจาคไข่

การรักษาบางกรณีจะได้ผลดี เช่น กรณีของการมีบุตรยากโดยตรวจไม่พบความผิดปกติ ส่วนกรณีก็ได้ผลน้อย เช่น การมีเชื้ออสุจิน้อย เป็นต้น ผู้ที่เหมาะสมที่จะรักษาด้วยกิฟท์ จะต้องมีท่อนำไข่ที่ปกติอย่างน้อยหนึ่งข้างและมีโพรงมดลูกที่ปกติ ซึ่งจะทราบได้โดยการตรวจเอกซ์เรย์ภายหลังจากการฉีดสีเข้าโพรงมดลูก และที่สำคัญอีกอย่างคือ ฝ่ายหญิงที่มารับบริการควรมีอายุไม่เกิน 40 ปี หากมากกว่านี้ การรักษามักไม่ได้ผล พึงระลึกไว้เสมอว่า การรักษาด้วยกิฟท์ นี้ ควรกระทำต่อเมื่อการรักษาด้วยวิธีธรรมดาไม่ได้ผลแล้ว ซึ่งอาจทำให้คู่สมรสสามารถตั้งครรภ์ได้ด้วยวิธีง่ายๆ ปลอดภัย และประหยัด

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : จากเอกสารเผยแพร่ความรู้ทางสุขภาพ “การรักษาภาวะมีบุตรยาก กิฟ: การนำเซลล์สืบพันธุ์ไปใส่ที่ท่อนำไข่” โครงการชีววิทยาการเจริญพันธุ์คลินิก ภาควิชาสูติศาสตร์ – นรีเวชวิทยา และศูนย์วิจัย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

Possibly Related Posts: