โดยธรรมชาติแล้ว เด็กเล็กๆจะเรียนรู้ได้ดีผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ซึ่งได้แก่ การมองเห็น การฟัง การสัมผัส การดมกลิ่นและการชิมรส โดยกิจกรรมที่เหมาะสมในการช่วยพัฒนาทักษะการเรียนรู้โดยผ่านประสาทสัมผัส ทั้งห้า วันนี้ thai-mom มีข้อมูลมาให้ศึกษาค่ะ

ประสาทสัมผัสทั้งห้าของลูกน้อย

ประสาทสัมผัสทั้งห้าของลูกน้อย

ประสาทสัมผัสทั้งห้า

ช่วงขวบปีแรก ลูกจะเคลื่อนไหวไม่หยุด ทั้งคลาน ปีนป่าย ลุกขึ้นยืน เกาะเดินไปรอบๆบ้าน นอกจากนี้เขายังสนุกกับการได้ใว้มือในการทดลองทำสิ่งใหม่ๆ ด้วย เช่น ถือของเล่นมากว่าอย่างหนึ่งชิ้น การค้นพบของเล่นใหม่ๆ ยังคงเป็นกิจกรรมที่น่าหลงไหลสำหรับเด็กวัยนี้ ของเล่นที่เหมาะสม ควรไปกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งห้าอาจเป็นของเล่นสีสด เคลื่อนไหวไปมาได้ เนื้อผิวชวนสัมผัส รูปทรบแปลกตา และมีเสียงสดใส ของเล่นเหล่านี้จะกระตุ้นการคว้าจับและการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อ เจ้าตัวเล็กจะได้ทั้งความสนุกสนาน และรู้สึกว่าตนเองนั้นควบคุมของเล่นนั้นได้

เรียนรู้และเรียนแบบ

ประสาทสัมผัสทั้งห้าของลูกน้อย

ประสาทสัมผัสทั้งห้าของลูกน้อย

 

เป็นเรื่องปกติ ที่เด็กวัยนี้จะชอบเลียนแบบท่าทางคนใกล้ชิด แม้ความเป็นจริงแล้ว ตามธรรมชาติของเด็กจะรู้จักเลียนแบบมาตั้งแต่เล็กๆ เพียงแต่เรายังมองไม่เห็นภาพชัดเจนมาก เมื่อ เจ้าตัวเล็ก เริ่มโตขึ้น เขาจะเริ่มเลียนแบบท่าทาง คคำพูด ของพ่อแม่และคนรอบข้างได้มากขึ้น อาจจะดูเก้ๆ กังๆ อยู่บ้าง แต่การเลียนแบบก็เป็นวิธีการเรียนรู้ของเด็กอย่างหนึ่ง

เช่น เวลาที่จะออกไปเที่ยวนอกบ้าน เจ้าตัวเล็กก็จะหยิบรองเท้าของตัวเองมาให้คุณใส่ แต่บางครั้งนึกสนุกก็อยากใส่เลียนแบบคุณ หรือเวลาที่เห็นคุณทำความสะอาดบ้าน กวาดพื้น หรือทำอะไรก็ตาม เขาก็อยากจะเข้าไปร่วมด้วย ดังนั้น คุณสามารถช่วงส่งเสริมการเรียนรู้ของลูกได้ด้วย ทำกิจวัตรประจำวันร่วมไปกับลูก เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้เขาเห็นแล้วทำตาม เช่น แปรงฟัน อาบน้ำ แต่งตัว ล้างมือ กินข้าว หรือ การเข้าห้องน้ำ แต่ต้องให้เป็นเหมือนการเล่นอย่างหนึ่ง โดยที่ลูกไม่รู้ว่าตัวเองถูกบังคับให้ทำ

พัฒนาการรอบด้าน

ช่วงวัยนี้ เด็กบางคนสามารถพูดคำสั้นๆ ได้ 3-4 คำ อาจมี การออกเสียงที่เลียนเสียงภาษาพูด แต่อาจพูดไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ อาจมีเพียงคุณหรือสมาชิกในครอบครัวเท่านั้นที่พอฟังรู้เรื่อง แต่หลังจากนั้นไม่กี่เดือนถ้าคุณรู้จักพาลูกเข้าสังคมมากขึ้น คนรอบข้างจะมีส่วนช่วยสอนพูดคุยเป็นอย่างมาก เขาก็จะพูดเพิ่มได้อีกหลายคำ จนคนอื่นๆ รอบข้างก็สามารถฟังเข้าใจได้ด้วย

ส่วน พัฒนาการสมองของลูก ก็มีการพัฒนารุดหน้าไปมาก เขาเริ่มเข้าใจความหมายของเหตุและผลแล้วเช่น เมื่อปาสิ่งของลงบนพื้น เขาก็จะรู้ว่าทำให้เกิดเสียงดัง หรือเมื่อหยิบจับสิ่งต่างๆ ก็พยายามลองผิดลองถูกว่า เจ้าสิ่งนั้นทำอะไรได้บ้าง นอกจากนี้แล้วเขาก็เรียนรู้ว่า ของชิ้นไหนทำหน้าที่อะไร คุณจะสังเกตุว่าเจ้าตัวเล็กจะหยิบโทรศัพย์ของเล่นขึ้นมาแนบหู เลียนแบบเวลาที่คุณคุยโทรศัพย์ หรือหยิบหวีขึ้นมาทำท่าหวีผมตัวเอง เป็นต้น

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสาร M&C แม่และลูก 07/2009 ปีที่ 32 กรกฏาคม 2552

Possibly Related Posts: