thaimon ขอนำเสนอแนะวิธีการป้องกันการติดขวดนมของคุณหนูลูกรัก ซึ่งคุณแม่สามารถทำได้ก่อนแต่เนิ่น ๆ ก็มีหลายวิธีด้วยเช่นกันนะคะ

การฝึกให้คุณหนูลูกรักเข้านอนเป็นเวลาตั้งแต่เล็ก ๆ สะดวกทั้งคุณแม่และยังเป็นการสร้างนิสัยการนอนให้กับคุณลูกอีกด้วยค่ะ นอกจากนั้นเราก็ควรฝึกให้คุณลูกหลับได้ด้วยตัวเอง โดยให้นอนเมื่อเริ่มง่วง เพราะถ้ากกกอดหรือให้คุณลูกดูดนมจนหลับ ก็จะชินกับการปฏิบัติดังกล่าว เมื่อตื่นกลางดึก ไม่มีใครกล่อมให้หลับ ก็มักจะร้อง และลงท้ายด้วยการดูดนม ทั้งๆ ที่คุณหนู ๆ อาจจะไม่ได้หิวอะไรเลยค่ะ

ขั้นต่อมานะคะ เราควรจะต้องฝึกการกินนมมื้อกลางวันให้อิ่มในแต่ละมื้อ ส่วนนมมื้อดึกให้กินแค่พอหายหิว ไม่บังคับหรือพยายามให้กินมาก ๆ จนเกินไปค่ะ ควรเริ่มฝึกลดและเลิกนมมื้อดึก ตั้งแต่อายุ 3-4 เดือน และพยายามเลิกให้ได้เมื่ออายุ 5-6 เดือน หากลูกขยับตัวนิดหน่อย รอสักพักว่าหิวจริงหรือไม่นะคะ ถ้าสัมผัสเบา ๆ เช่น ตบก้น แล้วหลับได้ ก็ปล่อยให้หลับต่อไปเองเลยค่ะ

ส่วนการฝึกกินนมให้อิ่มในมื้อก่อนนอน หลังจากทำความสะอาดฟันแล้วนั้น ไม่สมควรให้ดูดนมอีกนะคะ ก่อนนอนอาจเล่านิทานหรือให้ฟังเพลง และอย่าปล่อยให้หลับคาขวดนมเป็นอันขาดค่ะ เพราะถ้าคุณหนูติดหลับคาขวดนมเมื่อไร ปัญหาที่จะตามมาภายหลังเยอะมากมายเป็นอย่างยิ่ง เช่น ฟันไม่สวย โรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร เป็นต้น

คุณแม่ควรหาตุ๊กตาหรือของเล่นที่ลูกชอบพาเข้านอนไปด้วย เมื่อลูกอายุ 4-5 เดือน ลูกจะได้ไม่ติดขวดนม และควรให้มีผลัดเปลี่ยนหลาย ๆ ชิ้น เพราะคุณหนูลูกรักจะได้ไม่พลอยติดตุ๊กตาไปด้วยอย่างหนึ่งไงค่ะ และการสร้างบรรยากาศตอนกลางคืนให้น่านอนก็เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ควรเปิดไฟสว่าง หรืออุ้มเล่นกลางดึกนะคะ

ควรปลูกฝึกคุณหนูลูกรักให้ใช้ขวดนมเมื่อเวลาหิวเท่านั้นนะคะ ไม่ควรใช้เป็นของเล่นเดินถือไปถือมาค่ะ และต้องหัดฝึกจิบน้ำหรือนมจากแก้ว เมื่ออายุ 4-5 เดือน เพื่อเตรียมให้เริ่มคุ้นเคยสำหรับการเลิกขวดนมเมื่อถึงเวลาอายุ 1 ปีนะคะ

ในช่วงเวลาเมื่อลูกอายุได้ 6-8 เดือน จะพัฒนาความสามารถหยิบจับสิ่งของได้ดีขึ้นโดยกำไว้ทั้งฝ่ามือ คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มหัดให้ลูกหยิบอาหารกินเองบ้าง เช่น อาหารที่อ่อนนุ่ม หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ หัดให้ลูกดื่มน้ำจากถ้วยพลาสติกที่มีหูจับ เมื่อลูกสามารถดื่มน้ำได้ดีแล้ว หัดให้ดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำนมจากถ้วย และค่อยให้เลิกดูดนมในมื้อกลางวันก่อน จนเลิกดูดนมในมื้อก่อนนอนได้

การหัดให้ลูกช่วยตัวเองในการดื่มน้ำ ดื่มนม และกินอาหาร จะช่วยส่งเสริมความสามารถในการดูแลตัวเองในภารกิจประจำวันของลูก และยังเป็นการหัดให้เด็กรู้จักรักษาความสะอาดและสุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น พาไปล้างมือก่อนให้หยิบอาหาร และพาไปล้างมือล้างปาก เช็ดมือเช็ดปากหลังอาหาร รวมทั้งยังเป็นการฝึกวิธีการและมารยาทในการรับประทานอาหาร ซึ่งเด็กจะค่อยๆ พัฒนาความสามารถไปเรื่อยๆ ตั้งแต่อายุ 6-8 เดือน ไปจนกระทั่งสามารถรับประทานอาหารเองได้เรียบร้อยเมื่ออายุประมาณ 2-3 ปี การสร้างบรรยากาศให้ลูกรับประทานอาหารเองอย่างมีความสุขก็มีความสำคัญ ซึ่งจะช่วยป้องกันกรณีลูกไม่ยอมกินข้าวเมื่อถึงเวลาเลิกใช้ขวดนม

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

Possibly Related Posts: