คุณแม่ทุกคนย่อมคาดหวังให้การตั้งครรภ์ดำเนินไปโดยด้วยดี ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนใดๆ จนคลอด แต่หลายคนไม่ได้โชคดีเช่นนั้น การเตรียมความรู้เพื่อสังเกตสัญญาณต่างๆ ที่จะบ่งชี้ถึงอันตรายของการตั้งครรภ์จึงเป็นสิ่งสำคัญ และแม่จะมีคุณหมอคอยช่วยดูแลอย่างดีเพียงไร การสังเกตด้วยตนเองก็ไม่ควรละเลยเช่นกันค่ะ วันนี้ thai-mom มีทางออกของเรื่องนี้มาฝากค่ะ

 

 

ปัญหาระหว่างตั้งครรภ์

ปัญหาระหว่างตั้งครรภ์

ขจัดความเข้าใจผิด… ให้หมด

” อย่ามีอะไรกับแฟนเวลาตั้งท้องอ่อนๆ นะเธอ เดี๋ยวแท้ง ?” ไม่จริงหรอก ถ้ากระทำด้วยความนุ่มนวล จนเกิดความสุขสมด้วยกันทั้งสองฝ่าย อาจจะช่วยผ่อนคลายให้หายเครียด และลดโอกาสการแท้งบุตรจากสาเหตุบางชนิดลงไปด้วยก็ได้ ใครจะรู้ ที่จริง ถ้าไม่เคยมีประวัติการแท้งบุตรมาก่อน ไม่ได้มีข้อห้ามในการมีเพศสัมพันธในระหว่างการตั้งครรภ์เลย

” แพ้ท้องมากๆ ระวังนะเธอ จะทำให้แท้งบุตร ? ” แท้จริงแล้ว พบว่า การแพ้ท้องและอาเจียนส่วนใหญ่เกิดขึ้นเนื่องจากระดับของฮอร์โมนจากเนื้อรกที่เรียกว่า “เบต้าเอชซีจี” มีระดับสูง การที่ฮอร์โมนดังกล่าวมีระดับสูง จะช่วยให้รกเกาะมดลูกได้ดีขึ้น ช่วยกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตโรนจากเนื้อรกมากขึ้น ช่วยป้องกันการแท้งบุตรที่เกิดจากการที่รกฝังตัวไม่แน่นเสียอีก เชื่อไหมว่า ส่วนใหญ่แล้ว มารดาตั้งครรภ์ที่แพ้ท้องมากๆ ไม่ค่อยแท้งบุตรหรอกครับ ถ้าได้รับการดูแลอย่างดี และได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ มีแต่มารดาตั้งครรภ์มีอาการแพ้ท้องหายไปดื้อๆ ซิ อาจจะน่ากลัวกว่า

” ท้องที่แล้ว แท้งไป เพราะมดลูกไม่ดี เห็นเขาบอกกันว่า มดลูกคว่ำหลัง ที่ทำให้แท้งบุตรได้ง่าย ? ” การที่มดลูกคว่ำ ไม่ว่าจะคว่ำหน้าหรือคว่ำหลัง หรือจะอยู่ตรงกลาง ก็เป็นตำแหน่งที่มดลูกสามารถที่จะอยู่ได้ โดยไม่ไปรบกวนต่อการตั้งครรภ์ จนเป็นสาเหตุของการแท้งบุตรแต่อย่างใดเลย เข้าใจนะ

” ถ้ามีเลือดออกทางช่องคลอด เป็นอาการว่าจะแท้งบุตรแน่นอน และถึงแม้ว่าจะรักษาได้ ลูกก็อาจจะพิการ ? ” ที่จริงแล้ว การมีเลือดออกทางช่องคลอดนั้น เป็นอาการทางการแพทย์ ที่เรียกว่า แท้งคุกคาม ไม่ได้หมายความว่าจะต้องแท้งบุตรเสมอไป และเลือดที่ออกเป็นเลือดของมารดา ไม่ใช่เลือดของลูกน้อยในครรภ์… จึงไม่ควรตกใจมากเกินกว่าเหตุ โดยเฉพาะการแท้งบุตรในช่วง 12 สัปดาห์แรกนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่สมบูรณ์ของทารกในครรภ์ที่อาจจะมีสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์พอที่จะเจริญเติบโตไปเป็นทารกที่สมบูรณ์ได้ ในระหว่าง 12 สัปดาห์แรก เป็นช่วงระยะเวลาในการสร้างอวัยวะต่างๆ ของลูกน้อย ซึ่งถ้าร่างกายตรวจจับพบว่าไม่สมบูรณ์ ก็จะเกิดการขับทิ้งออกมา เป็นการแท้งบุตร ในขณะที่สาเหตุของการแท้งบุตร ส่วนใหญ่พอจะช่วยเหลือได้ แต่ประมาณ 1 ใน 3 อาจเกิดจากการไม่สมบูรณ์ของทารกในครรภ์ก็เป็นได้ ดังนั้นคงจะต้องเรียนว่า ถ้ามีอาการเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดแล้ว ขอให้รีบไปพบแพทย์ ทำใจอย่าตกใจเกินกว่าเหตุ การเกิดความเครียดจนเกินไปไม่มีประโยชน์อะไรเลย นอกจากทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก ถ้าแพทย์สามารถรักษาให้ตั้งครรภ์ต่อไปได้ แสดงว่าทารกในครรภ์มีความสมบูรณ์พอที่จะเจริญเติบโตต่อไป ก็ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะไม่สมบูรณ์ แต่ถ้ารักษาไปแล้ว ลูกในครรภ์ฝ่อไปหรือแท้งไป ก็แสดงว่าลูกในครรภ์น่าจะมีความสมบูรณ์ไม่เพียงพอ หรืออาจจะมีความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งที่อาจจะไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้ แบบนี้ก็คิดว่า เขาบุญน้อย…ก็แล้วกัน

จำไว้ว่า การมองโลกในแง่ดี การคิดในทางที่ดีต่อลูกน้อยในครรภ์ การคิดถึงเขาด้วยความรักความเข้าใจ ตั้งแต่เป็นลูกน้อยในครรภ์จะสามารถช่วยให้โอกาสการแท้งบุตรลดลงได้ไม่มากก็น้อย… นอกจากการปฏิบัติตัวและการเตรียมตัวก่อนการตั้งครรภ์แล้ว ดูแลสุขภาพกายและใจของคุณให้ดีนะครับ… เตรียมตัวเป็นคุณพ่อคุณแม่คุณภาพกันในอนาคต

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 495

Possibly Related Posts: