คุณแม่หลายๆ ท่านมักกังวลกับลูกน้อย แต่เคยสังเกตไหมว่าทำไมเด็ก ๆ วัยขวบกว่า มักไม่ชอบกินข้าวจนคุณพ่อคุณแม่กลัวว่าลูกจะขาดสารอาหาร วันนี้ thai-mom จะมาเสนอแนวทางการชวนลูกกินข้าว ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลพอสมควรไปศึกษาข้อมูลได้เลยค่ะ

 

ลูกน้อยไม่ทานอาหาร

ลูกน้อยไม่ทานอาหาร

แพ้อาหารและรับอาหารไม่ได้

อาการและแนวทางแก้ไขหากสงสัยว่าลูกเป็นความชุกของโรคแพ้อาหารพบมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็ยังคงไม่อาจระบุสาเหตุแน่ชัดได้

• เด็กอาจมีความเสี่ยงอาการแพ้สูงขึ้นหากพ่อแม่หรือญาติใกล้ชิดมีประวัติหอบหืด ผิวหนังอักเสบ ไข้ละอองฟาง หรือแพ้อาหาร
• โรค แพ้โปรตีนนมวัว เป็น โรคแพ้อาหาร ที่พบบ่อยที่สุดในทารก ซึ่งมาจากการที่นมวัวเป็นอาหารสำคัญในเด็กเลี้ยงด้วยนมขวด
คุณแม่หลายคนกังวลเมื่อลูกมีอาการรับอาหารไม่ได้หรือแพ้อาหาร ซึ่งโรคแพ้อาหารและรับอาหารไม่ได้นั้นมีอาการแสดงที่สังเกตความแตกต่างได้ อย่างชัดเจน

โรคแพ้อาหาร

• เกิดจากการตอบสนองระบบภูมิคุ้มกัน และมักแสดงอาการทันทีหลังได้รับ อาหารสารก่อภูมิแพ้ ในอาหาร (สารที่ทำให้เกิดอาการแพ้)
• อาการแพ้อาหารที่พบบ่อยที่สุดได้แก่ คันตามร่างกายและตา บวมบริเวณรอบตา ปาก และลิ้น คัดจมูกน้ำมูกไหล หายใจขัดและไอ ปวดท้อง ท้องเสียและอาเจียน
• โรคแพ้อาหารอาจพบในเด็กร้อยละ 5-8 และร้อยละ 90 ในกลุ่มนี้มักหายเป็นปกติเมื่อครบ 5 ขวบ อย่างไรก็ดีเด็กอาจเกิดอาการภูมิแพ้อื่น เช่น หอบหืด ผิวหนังอักเสบ ไข้ละอองฟางหรือเยื่อจมูกอักเสบเมื่อโตขึ้น
• อาหารที่มักก่อให้เกิดอาการแพ้ประกอบด้วย ไข่ นมวัว ถั่วเปลือกแข็ง แป้งสาลี ปลา สัตว์น้ำมีเปลือก ถั่วลิสงและถั่วเหลือง

ลูกน้อยไม่ทานอาหาร

ลูกน้อยไม่ทานอาหาร

โรครับอาหารไม่ได้

• โรครับอาหารไม่ได้ หมายถึง ร่างกายเกิดอาการผิดปกติหลังรับประทานอาหารบางชนิด
• โรครับอาหารไม่ได้มักแสดงอาการช้ากว่า โดยอาจเกิดขึ้นหลายชั่วโมงหรือหลายวันคล้อยหลังรับประทานอาหารบางชนิด
• ยกตัวอย่างเช่น โรครับน้ำตาลแลคโตสไม่ได้ซึ่งเกิดภาวะพร่องเอนไซม์ที่จำเป็นสำหรับการย่อยน้ำตาลแลคโตส
• อาการมักเกิดขึ้นกับระบบย่อยอาหาร ซึ่งพบได้ทั้งอาการปวดท้องและโคลิค เรอ ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย และอาจมีอาเจียนร่วมด้วย

คำแนะนำสำหรับทารกที่มีความเสี่ยงโรคแพ้อาหาร

ทารกที่มีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัวอาจมีความเสี่ยงสูงต่อโรคแพ้อาหาร โดยมีคำแนะนำดังต่อไปนี้
• เลี้ยงด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก
• เริ่มเสริมอาหารโดยให้ครั้งละชนิด และเสริมอาหารต่างชนิดห่างกันอย่างน้อยหนึ่งวันเพื่อให้สังเกตอาการได้ง่าย

แพ้หรือรับนมวัวไม่ได้

อาการแพ้นมวัว พบในทารกอายุต่ำกว่าหนึ่งขวบราวร้อยละ 2-7 เด็กส่วนใหญ่จะเริ่มหายเมื่ออายุได้สามขวบ แต่บางคนอาจนานกว่า
• เด็กอาจมีอาการหลังได้นมวัว นมผงทารกดัดแปลงจากนมวัว หรือกระทั่งนมแม่หากแม่บริโภคนมหรือผลิตภัณฑ์จากนม
• หากนมวัวทำให้ลูกมีอาการให้ตรวจสอบว่าเกิดจากโปรตีนหรือแลคโตส (น้ำตาลในนม) เมื่อรู้สาเหตุแล้วจะสามารถจำกัดอาหารให้ลูกได้ถูกต้อง
• อาการของโรคอาจใกล้เคียงกัน โดยพบได้ทั้งผิวหนังอักเสบหรือผื่นแดง ท้องเสีย อาเจียน ปวดเกร็งหน้าท้อง แต่โรครับน้ำตาลแลคโตสไม่ได้จะไม่พบอาการลมพิษหรือหายใจขัด
• โรครับน้ำตาลแลคโตสไม่ได้จะไม่พบจาก การตรวจภูมิแพ้ ทั่วไป เช่น การทดสอบผิวหนังหรือตรวจเลือด

หากสงสัยว่าลูกแพ้อาหารหรือรับอาหารไม่ได้

สำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากสงสัยว่าลูกมีอาการผิดปกติ หลังได้รับอาหารบางชนิด หากตรวจพบว่าเป็นโรคแพ้อาหารหรือรับอาหารไม่ได้ผู้เชี่ยวชาญจะให้คำแนะนำการ ปรับ
อาหารทดแทนเพื่อให้เด็กยังคงมีโภชนาการที่ดี

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.s-26.co.th

Possibly Related Posts: