การอยูไฟหลังคลอดเป็นเรื่องที่คุ้นเคยกันดีในหมู่คุณย่าคุณยาย แต่สำหรับคุณแม่รุ่นใหม่ในปัจจุบันไม่ค่อยจะรู้จัก การอยู่ไฟของคนไทยนั้นไม่น่าจะมีข้อเสียอะไรสักเท่าใดถ้าทำด้วยความระมัด ระวัง เพราะการอยู่ไฟคนเฒ่า คนแก่ เชื่อกันว่า ช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายและจิตใจ รวมทั้งบรรเทาอาการ ปวดเมื่อย จากการคลอดได้ จะทำให้คุณแม่มีสุขภาพดีในภายหน้า thai-mom มีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับประโยชน์การอยู่ไฟหลังคลอดมาฝากค่ะ

 

การอยู่ไฟหลังคลอด

การอยู่ไฟหลังคลอด

 

ประโยชน์ของการอยู่ไฟและการดูแลหลังคลอด

แม้กลไกธรรมชาติในร่างกายผู้หญิงเราจะสามารถขับน้ำคาวปลาและของเสียออกมาได้เองอยู่แล้ว แต่การอยู่ไฟและดูแลหลังคลอดจะช่วยให้ร่างกายขับออกมาได้ดีขึ้น การไหลเวียนของเลือดในร่างกายดีขึ้น สุขภาพโดยรวมของร่างกายแข็งแรงขึ้น ฟื้นตัวสู่สภาพปกติได้เร็วขึ้น
การอยู่ไฟยังช่วยให้บรรเทาอาการปวด เมื่อย หรือตึงที่เกิดจากการตั้งครรภ์และการคลอด ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วและหดตัวรัดตัวดีขึ้น และยังช่วยให้มีน้ำนมที่สะอาดและเพียงพอต่อการเลี้ยงลูก
การอยู่ไฟสมัยใหม่
ถ้าจะอยู่ไฟกันแบบเมื่อก่อนนั้น อาจดูเป็นเรื่องยุ่งยากไปนิดหน่อยสำหรับคุณแม่ยุคนี้ การอยู่ไฟที่ทำกันในปัจจุบัน จึงมีการปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับชีวิตของคนอุคนี้มากขึ้น มีทั้งที่เป็นสถานที่เปิดให้คุณแม่ไปใช้บริการในการอยู่ไฟ หรือแบบมาให้บริการกันถึงบ้าน แบบที่เรียกกันว่า “Delivery” และวิธีที่ทำกันก็มีด้วยกันหลายแบบ เช่น การนาบหม้อเกลือ ประคบสมันไพร การนั่งถ่าน การอบและการอาบน้ำสมุนไพร เป็นต้น ซึ่งคุณแม่สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสม และความพร้อมของตนเอง
การอยู่ไฟแบบต่าง ๆ

 

 

การอยู่ไฟหลังคลอด

การอยู่ไฟหลังคลอด

การประคบสมุนไพร

คือ การนำสมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหย เช่น ไพล ขมิ้น อ้อย ขมิ้นชัน เถาเอ็นอ่อน ว่านชักมดลูก เป็นต้น มาห่อเป็นผ้าทำเป็นลูกประคบกับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ช่วยให้กล้ามเนื้อหน้าท้องผ่อนคลาย เส้นเอ็นที่ยึดมดลูกยืดหยุ่นและกลับเข้าสู่สภาพปกติ
• ต้องคอยระวังอย่าให้ลูกประคบร้อนเกินไป เมื่อลูกประคบเย็นให้นำไปนึ่งใหม่ ถ้าลูกประคบแห้งให้ใช้น้ำพรมก่อนประคบ
• ลูกประคบที่ทำมาหนึ่งชุด ใช้ได้ประมาณ 3 ครั้ง วิธีเก็บคือ ต้องผึ่งตัวยาไว้อย่าให้อับ การเก็บในตู้เย็นจะทำให้เก็บได้นานขึ้น ถ้าลูกประคบไม่มีสัเหลืองของไพลออกมา แสดงว่ายาเริ่มจืดแล้ว ควรเปลี่ยนลูกประคบใหม่

ข้อควรระวัง

o คุณแม่ผ่าตัดคลอดต้องรอให้ครบ 1 เดือนก่อนจึงจะทำได้
o ห้ามใช้การประคบสมุนไพรในกรณีที่มีอาการอักเสบ ปวด บวม แดงร้อน ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพราะจะทำหใบวมมากขึ้นและเลือดออกมากขึ้น
o หลังการประคบไม่ควรอาบน้ำทันที เพราะร่างกายยังปรับตัวไม่ทัน และน้ำจะไปชะล้างสมุนไพรที่ผิวหนังออก

การอบสมุนไพร

การอบสมุนไพร คือ การใช้ไอความร้อนจากน้ำสมุนไพรที่ต้ม ช่วยขับของเสียออกมาทางผิวหนัง จึงช่วยขับน้ำคาวปลา และช่วยให้ผิวพรรณดี สะอาด
โดยขณะอบสมุนไพร คุณแม่ควรอยู่ในที่ที่จำกัดพื้นที่ เช่น กระโจมผ้า เพื่อให้ไอสมุนไพรจับมาที่ผิวได้มากขึ้น ใช้เวลาอบไม่เกินครั้งละ 10 – 15 นาที ไม่ควรอบในที่ ๆ มิดชิดเกินไปนัก เพราะอาจขาดอากาศได้

ข้อควรระวัง

การอยู่ไฟหลังคลอด

การอยู่ไฟหลังคลอด

 

o คุณแม่ที่มีความดันโลหิตสูง มีไข้อ่อนเพลีย ห้ามอบสมุนไพร
o คุณแม่ผ่าตัดคลอดต้องรอให้ครบ 1 เดือนก่อนจึงจะทำได้
o อบแล้วควรดื่มน้ำอุณหภูมิปกติ 1 แก้ว และควรนั่งพักให้อุณหภูมิในร่างกายปรับสู่ระดับปกติก่อนค่อยอาบน้ำ

ข้อแนะนำสำหรับการอยู่ไฟ

• ไม่ควรอยู่ไฟไม่ว่าวิธีใดขณะที่คุณแม่มีอาการไข้ ตัวร้อน ความดันโลหิตสูง อ่อนเพลียมาก เพราะการอยู่ไฟคือ การใช้ความร้อนให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย จึงอาจเป็นอันตราได้หากทำในช่วงที่ร่างกายมีความร้อนในตัวสูง
• ถ้าคุณแม่ที่ผ่าท้องคลอดต้องให้รอครบ 1 เดือนก่อน จึงจะสามารถประคบสมุนไพร นาบหม้อเกลือ และอบสมุนไพรได้
• การนั่งถ่านอาจไม่จำเป็นสำหรับคุณแม่ที่ผ่าท้องคลอด เพราะการนั่งถ่านจะช่วยในเรื่องการสมานแผลฝีเย็บ ช่องคลอดที่ฉีกขาดขณะลูกคลอด คุณแม่อาจเลือกวิธีอื่น เช่น ประคบ หรืออบสมุนไพร แทน
• ควรให้ข้อมูลสุขภาพของคุณแม่เองขณะนั้น เพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดแนวทางการอยู่ไฟและการดูแลหลังคลอดที่เหมาะสมกับร่างกายของคุณแม่เอง
• ถ้าจะซื้ออุปกรณ์ไปอยู่ไฟเองที่บ้าน จำเป็นต้องได้รับคำแนะนำวิธีการทำอย่างละเอียดจากผู้ที่มีความรู้และเชี่ยวชาญในเรื่องนี้ เพราะแม้การอยู่ไฟจะไม่เป็นอันตรายใด ๆ แต่วิธีการอยู่ไฟนั้นก็มีข้อควรระวัง ข้อห้ามและบางขั้นตอนก็ต้องการความชำนาญเฉพาะ จึงต้องศึกษาให้ดีก่อนกลับมาทำเอง

 

ขอบคุณข้อความจาก : นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ฉบับที่ 95 ปีที่ 8 กันยายน 2546

Possibly Related Posts: