คุณแม่ในสมัยก่อนนิยมใช้ผ้าอ้อมที่ทำมาจากผ้าฝ้ายกับลูกน้อย เพราะด้วยคุณสมบัติที่ระบายอากาศได้ดี เนื้อผ้าไม่ระคายผิว และเหมาะกับภูมิอากาศในบ้านเราที่มักจะร้อนตลอดทั้งปี วันนี้ thai-mom จะมาแนะนำการเลือกใช้ผ้าอ้อมให้เหมาะสมกับลูกน้อยมาฝากกันค่ะ

ผ้าอ้อมแบบดั้งเดิม กับ ผ้าอ้อมสำเร็จรูป

ผ้าอ้อมแบบดั้งเดิม กับ ผ้าอ้อมสำเร็จรูป

ผ้าอ้อมแบบดั้งเดิม VS ผ้าอ้อมสำเร็จรูป

ในยุคที่หญิงไทยยังนิยมนุ่งผ้าถุงไม่เพียงสาวน้อยสาวใหญ่เท่านั้นที่จะมีโอกาสสวมใส่มัน ทารกแรกเกิดก็ถูกห่อหุ้มร่างกายด้วยผ้าถุงเช่นเดียวกันแต่เป็นผ้าถุงเก่าที่แปลงร่างเป็นผ้าอ้อมผืนสี่เหลี่ยม สำหรับรองรับการขับถ่ายที่ไม่เป็นเวล่ำเวลา
นับว่าเป็นการส่งต่อมรดกเสื้อผ้าที่คุ้มค่าและแจ่มแจ๋ว เพราะผ้าถุงเนื้อฝ้ายซึ่งผ่านสังเวียนการสวมใส่และซักตากมาเป็นแรมปีนั้นจะนุ่มสบายไม่ระคายผิวอันบอบบาง ซับน้ำดี และแห้งไว ครบถ้วนคุณสมบัติของการเป็นผ้าอ้อมโดยแท้

 

กระทั่งผ้าถุงเสื่อมความนิยม ผ้าอ้อมที่ตัดเย็บจากผ้าถุงเก่าเนื้อฝ้ายก็พลอยสูญหายตามไปด้วย
บรรดาคุณแม่ลูกอ่อนยุคถัดมา จึงเลือกใช้ผ้าอ้อมที่ผลิตจากผ้าฝ้ายหรือผ้าสาลูเนื้อบางละเอียด แต่ไม่ว่าจะใช้ผ้าอะไรเป็นวัตถุดิบต้นทาง ผ้าอ้อมแบบดั้งเดิมที่ต้องพับ ๆ ม้วน ๆ ให้เป็นทรงคล้ายกางเกงนั้น ต่างก็มีข้อดีแบบเดียวกันคือ

• ซักทำความสะอาดเพื่อเวียนกลับมานุ่งซ้ำได้ไม่รู้จบ
• โดนทิ้งเมื่อไหร่ก็ไม่อยู่ให้รกโลก เพราะใยผ้าจะย่อยสลายในเวลาประมาณ 6 เดือน

ผ้าอ้อมแบบดั้งเดิม กับ ผ้าอ้อมสำเร็จรูป

ผ้าอ้อมแบบดั้งเดิม กับ ผ้าอ้อมสำเร็จรูป

ด้วยจุดเด่นที่ดึงดูดใจคือ สะดวกใช้งาน ซื้อหาง่าย แถมยังไม่ต้องซักทำความสะอาด
ลูกขับปฏิกูลออกมาเต็มก้นเมื่อไหร่ก็ถอดทิ้งได้เลย ทำให้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเข้ามาตีตลาดผ้าอ้อมแบบดั้งเดิมเสียกระจุยตั้งแต่เมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว และยืนยาวมาจนถึงขณะนี้

 

ใช่ว่าจะดีไปเสียทั้งหมด ยังมีข้อเสียแอบแฝงที่พ่อแม่หลายคนมองข้ามไป นั่นคือ…มันเป็นประดิษฐกรรมแห่งความสะดวกสบายที่แลกมาด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง อายุการใช้งานที่หดสั้นเหลือเพียง 3-4 ชั่วโมง ทำให้เยื่อกระดาษและพลาสติกที่ประกอบร่างเป็นผ้าอ้อมสำเร็จรูปลงไปนอนอยู่ในถังขยะก่อนเวลาอันควร
แทนที่อึฉี่ของเด็กจะถูกชะล้างลงโถส้วมเหมือนการขับถ่ายของผู้ใหญ่ ผ้าอ้อมสำเร็จรูปกลับหมักหมมปฏิกูลเหล่านั้นไว้ภายใน กลายเป็นขยะติดเชื้อที่ต้องได้รับการกำจัดด้วยวิธีการที่เหมาะสม
ไม่เช่นนั้นมันจะเป็นตัวการสะสมเชื้อโรคที่รอโอกาสแพร่กระจายสู่สิ่งแวดล้อม
ว่ากันว่า เด็ก 1 คนที่สวมผ้าอ้อมสำเร็จรูปตั้งแต่แรกเกิดจนถึงสองขวบครึ่ง จะทำให้เกิดขยะประมาณ 6,000 ชิ้น กองสูงเป็นภูเขาผ้าอ้อมสำเร็จรูปเหม็นโฉ่ขนาด 2.5 ตัน และต้องใช้เวลาราวๆ 500 ปี สำหรับกระบวนการย่อยสลาย

 

ขอบคุณข้อความจาก : www.oknation.net

Possibly Related Posts: