อาการเมื่อเริ่มตั้งครรภ์

อาการเมื่อเริ่มตั้งครรภ์

การที่จะรู้ว่าตั้งครรภ์หรือไม่นั้น จะมีอาการแสดงให้รู้ล่วงหน้า บางครั้งแพทย์จะวินิจฉัยแบ่งเป็น 2 ภาวะ คือ ภาวการณ์ตั้งครรภ์ และภาวะอาการที่คล้ายกับการตั้งครรภ์ ซึ่งอาการต่อไปนี้ชี้ชัดว่ามีการตั้งครรภ์ แต่ถ้าจะให้มั่นใจแล้วล่ะก็ ต้องรีบไปพบแพทย์ทันทีที่พบอาการต้องสงสัย เพราะไม่แน่ว่าคุณอาจจะตั้งครรภ์หรือไม่ก็ได้

ขาดประจำเดือน- คลื่นไส้ อาเจียน เพราะมีการเปลี่ยนสี ความนุ่ม ขนาด หรือรูปร่างของมดลูกหรือปากมดลูก

ปัสสาวะบ่อยไม่สามารถกลั้นได้ สาเหตุมาจากเอสโตรเจน เยื่อบุกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะบวมเต่งเพราะถูกมดลูกที่เริ่มขยายตัวไปกดทับไว้

เต้านมคัด เนื่องจากเอสโตรเจนกระตุ้นท่อน้ำนม ส่วนโปรเจสเตอโรนกระตุ้นต่อมน้ำนม ทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้น

อ่อนเพลีย เป็นผลของโปรเจสเตอโรน มีอาการหมดแรงวิตกกังวล ควรรับประทานวิตามินบี – รวม / บี – 12

ผิวหนังสีเข้มขึ้นหลังคลอดแล้วจะค่อยกลับสู่สภาพดิม

อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นเนื่องจากโปรเจสเตอโรน

อาการเมื่อเริ่มตั้งครรภ์

อาการเมื่อเริ่มตั้งครรภ์

ท้องเริ่มโตขึ้นขนาดของมดลูกขยายตามขนาดของทารกในครรภ์

เด็กดิ้น ทารกเคลื่อนไหวในช่วง 14 สัปดาห์โดยประมาณ หากใช้มือลูบสัมผัสจะรู้สึกได้

บางคนอาจรู้สึกเหม็นกลิ่นอาหารบางอย่าง ผู้หญิงบางคนอาจรู้สึกว่ารสชาติแปลก ๆ อยู่ตลอดเวลา บางคนอาจจะอยากกินอาหารแปลก ๆ ที่ปกติไม่เคยชอบกิน หรือมีนิสัยการกินไม่เหมือนเดิม เพราะหลังจาก 3 เดือนแรกผ่านพ้นไป คุณแม่จะมีฮอร์โมนเพศที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 300 เท่า ซึ่งยิ่งทำให้หน้าอกและอวัยวะเพศอวบอูมขึ้นมากกว่าเดิม ผนังช่องคลอดมีเลือดไปหล่อเลี้ยงมากขึ้น หนานุ่มเป็นลอนมากขึ้น มีมูกออกมามากขึ้น จุดต่าง ๆ จะมีความไวต่อการกระตุ้นมากขึ้น ช่วงนี้คุณแม่แทบไม่รู้สึกว่าตัวเองตั้งครรภ์เลย
ปัญหาส่วนใหญ่ที่คุณแม่ต้องเจอ คือ อาการแพ้ท้อง (Moring Sickness) จะมึนศีรษะในตอนเช้า คลื่นเหียนอาเจียน เนื่องจากร่างกายกำลังปรับตัว ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ทำให้ร่างกายมีสภาพเป็นกรดมากขึ้น ดังนั้นเราต้องปรับร่างกายให้มีความด่างเพิ่มขึ้น จึงจะรู้สึกดีขึ้น แพทย์โดยมากจะแนะนำให้ดื่มน้ำผลไม้ทันทีที่ตื่นตอนเช้า และลุกขึ้นมาทำกิจกรรมสักครึ่งชั่วโมง แล้วดื่มเครื่องดื่มอีกสักแก้ว ตามด้วยอาหารเช้าเบา ๆ เช่น ข้าวต้ม และผลไม้สัก 1 ผล หากบงคนรู้สึกคลื่นไส้จะอาเจียนขณะแปรงฟันตอนเช้า ก็ควรเปลี่ยนมาใช้น้ำยาบ้วนปากและยาสีฟันที่มีความเป็นด่าง จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเช่นกัน
นอกจากนี้ควรหาเวลาพักผ่อน อาจจะนอนพักตอนกลางวันสัก 30 นาที เมื่อทำงานติดต่อกันนาน ๆ อาจจะลุกเดินหรือเปลี่ยนอิริยาบถสลับสัก 10 นาที หากมีอาการคลื่นไส้ตลอดเวลา ไม่ควรปล่อยให้ท้องว่าง ให้รับประทานขนมขบเคี้ยวช่วยทีละน้อย หรือน้ำขิงก็จะช่วยลดอาการได้

เมื่อคุณแม่เริ่มมั่นใจว่าตนเองตั้งครรภ์แล้ว ก็ควรรีบไปฝากครรภ์กับแพทย์ทันที ให้แพทย์ตรวจอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น ซึ่งเราไม่อาจควบคุมได้อง เนื่องจากเป็นเพราะฮอร์โมนตามธรรมชาติ เพื่อให้มั่นใจอีกครั้งว่าลูกน้อยที่กำลังจะออกมาลืมตาดูโลกนั้นจะสดใสแข็งแรงและปลอดภัยตลอดเวลา 9เดือน

Possibly Related Posts: