รู้กันอยู่ว่านมแม่สุดแสนประเสริฐ แต่เมื่อลูกไม่สามารถกินนมแม่ได้ ตัวช่วยที่จะให้ลูกกินนมได้ก็ต้องทำหน้าที่ใกล้เคียง ฮีโร่คนสำคัญนั้นคือ “จุกนม” นั่นเองค่ะ วันนี้ thai-mom จะมาบอกประโยชน์ของสองอย่างนี้กันค่ะ

 

ความต่างจากเต้าและจากจุกนม

ความต่างจากเต้าและจากจุกนม

สองความต่างจากเต้าและจากจุกนม

นมจากเต้า ขณะลูกดูดนมแม่จะเกิดกระบวนการทำงานประสานกันระหว่าง ลิ้น ขากรรไกรและปาก เริ่มต้นที่ลูกจะใช้ลิ้นด้านหน้ายึดหัวนมแม่ไว้ ส่วนปลายลิ้นชิดติดกับหัวนม ใช้เหงือกบนและลิ้นกดที่ลานหัวนมแม่เป็นจังหวะ โดยลิ้นจะปรับเป็นคลื่นนวดไล้กล้ามเนื้อบริเวณเต้านมและหัวนมเพื่อบีบรัดท่อน้ำนมให้น้ำนมไหลเข้าปากลูก ซึ่งขณะที่ดูดนม ส่วนโคนลิ้นจะติดกับเพดานปากและใช้กล้ามเนื้อขากรรไกรขยับเป็นจังหวะในการดูดนม
ด้วยประโยชน์ของการทำงานที่ประสานกันแบบนี้ละค่ะ จะช่วยให้กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง ทั้งลิ้น ขากรรไกร และปาก พัฒนาไปอย่างสวยงามและได้รูปตามธรรมชาติ ทั้งยังมีผลดีกับการกลืนของลูกด้วย
จากจุกนม ส่วนการดูดจากจุกนมนั้น ลูกจะใช้ลิ้นดุนกับเหงือกด้านในของฟันหน้าด้านบนเพื่อบีบให้น้ำนมไหลออกมาจากจุกนมซึ่งการดุนลักษณะนี้มีผลทำให้ซี่โครงกระดูกฟันกรามถูกดันออกมาจากจุกนมซึ่งการดุนลักษณะนี้มีผลทำให้ฟันยื่นและโครงสร้างฟันของเด็กไม่สวย อาจเกิดการสบของฟันไม่ดีและมีปัญหาการเคี้ยวเมื่อโตขึ้นซึ่งสามารถแก้ได้ด้วยการดัดฟันค่ะ
แต่ปัจจุบันจุกนมสำหรับเด็กพัฒนาไปมากแล้ว เรียกว่าให้ทั้งผิวสัมผัสได้แทบจะใกล้เคียงเต้านมแม่ เพื่อช่วยลดปัญหาเรื่องโครงสร้างฟันของเด็กได้บ้าง แต่ก่อนที่จะรู้จักจุกนม คุณแม่ควรทราบลักษณะการไหลของนมจากจุกนมก่อนเพราะการไหลจากขวดจะต่างกัน ซึ่งส่วนนี้เกี่ยวข้องกับการสำลักน้ำนมของลูกน้อยด้วยค่ะ

 

ความต่างจากเต้าและจากจุกนม

ความต่างจากเต้าและจากจุกนม

ไหลจากอก VS ไหลจากขวด

ไหลจากเต้านม น้ำนมจากอกแม่จะไหลได้ตามใจสั่งลูก เรียกว่าดูดเมื่อไหร่ไหลเมื่อนั้น ลักษณะการดูดนมจากเต้านมของลูกจะเป็นการดูดสั้นๆดูดสักหนึ่งนาทีเพื่อกระตุ้นให้ฮอร์โมนทำงาน หลังจากนั้นลูกจะดูดยาวและแรงขึ้น เพื่อลำเลียงน้ำนมจากเต้าเข้าปากลงกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นการดูดกลืนที่เป็นจังหวะ แล้วการดูดยังควบคุมและปรับเปลี่ยนไปตามจำนวนและความเร็วของกระแสน้ำนมที่ส่งผ่านเข้าลำคอเพื่อกลืนน้ำนม เรียกว่าทำงานอย่างอัตโนมัติและเป็นไปตามธรรมชาติ บางครั้งคุณแม่จะสังเกตว่าลูกดูดแรงๆแล้วพักเป็นระยะเพื่อชะลอให้กลืนได้ไม่สำลัก หรือบางครั้งก็ดูดแรงขึ้นเมื่อหิว ซึ่งการดูดนมที่ควบคุมได้นี้เอง ที่ทำให้ลูกหมดปัญหาเรื่องการสำลักน้ำนม
ไหลจากจุกนม น้ำนมจากขวดจะเป็นลักษณะการไหลตลอดเวลา ดังนั้นหากคุณแม่ไม่สามารถให้ลูกกินนมจากเต้าได้ ควรฝึกให้ลูกดูดนมจากขวดตั้งแต่แรก เพื่อให้ลูกเรียนรู้การดูดนมจากขวดด้วยตัวเอง เพราะเด็กจะเรียนรู้ได้ว่าหากไม่ต้องการให้น้ำนมไหลเขาจะใช้เหงือกงับจุกได้เพื่อกลืนน้ำนม แต่ก็เสี่ยงที่ลูกจะสำลักน้ำนมได้ซึ่งมีวิธีช่วยไม่ให้ลูกสำลักนมได้ค่ะ

วิธีป้องกันลูกสำลักนม

1.เลือกจุกนมให้เหมาะกับวัยลูก สำหรับเด็กแรกเกิดควรเลือกไซซ์ S เล็กสุด เพราะหากเลือกไซซ์ใหญ่น้ำนมจะไหลออกมามากและเร็วเกินไปทำให้ลูกกลืนไม่ทันและสำลักได้ค่ะ
2.ป้อนนมช่วยได้ เพราะด้วยการไหลของของเหลวจากที่สูงลงที่ต่ำ เมื่อยกขวดสูงน้ำนมก็จะไหลเร็ว ตรงกันข้ามเมื่อขวดต่ำน้ำนมก็จะไหลช้าลง ดังนั้นการตะแคงขวดนมหรือความสูงของระดับน้ำนมที่ไหลลงมานั้นสำคัญทีเดียวค่ะ ขณะป้อนนมลูกคุณแม่จึงต้องคอยยกระดับขวดนมให้อยู่ในระดับที่พอดี ซึ่งระดับที่ถูกใจคนดุดเรียกว่า Separate System คือไม่เอียงสูงหรือต่ำเกินไปนั่นเองค่ะ

ท่าอุ้มให้นมขวด ช่วยสร้างความอบอุ่น

ถึงจะไม่ได้กินนมจากอกแม่ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับไออุ่นจากอกแม่นะคะ จริงๆการกินนมจากขวดสามารถให้ลูกกินท่าใดก็ได้ เพียงแต่ต้องยึดหลักคือ
– ให้ศีรษะของลูกอยู่สูงกว่าลำตัว เพื่อป้องกันการสำลักนม อาจจะอุ้มในท่าที่แม่ให้นมลูก คุณแม่ควรอุ้มลูกไว้ในอ้อมกอด ใช้ท่าเดียวกับที่ให้นมแม่นั่นแหละค่ะ เพื่อที่ลูกจะได้รู้สึกถึงความอบอุ่นจากอกแม่ซึ่งจะดีกว่าให้ลูกนอนกินบนที่นอนที่อาจจะทำให้ลูกรู้สึกเปล่าเปลี่ยว
– กอด สบตา และสัมผัสลูกบ่อยๆ
– ต้องสังเกตให้จุกนมอยู่เต็มที่อยู่ตลอดเวลาที่ลูกดูด เพื่อป้องกันการสำลักและมีลมในกระเพาะอาหาร

ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสาร Modernmom ฉบับประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2551

Possibly Related Posts: