การเปลี่ยนแปลงของการตั้งครรภ์

การเปลี่ยนแปลงของการตั้งครรภ์

อาการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่มักเกิดขึ้นในระยะมีครรภ์ ได้แก่

1. อาการคลื่นไส้ อาเจียน เป็นอาการที่พบบ่อยในหญิงมีครรภ์ในระยะเริ่มตั้งครรภ์ ทั้งนี้เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้เกิดการคลื่นไส้ อาเจียน เรียกว่า “แพ้ท้อง” อาการแพ้นี้จะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล อาการแพ้จะเริ่มในตอนเช้า และอยู่ในระดับ 2-3 เดือนแรก และจะค่อยๆหายไปบางครั้งอาจแพ้ในตอนเย็น เนื่องจากร่างกายอ่อนเพลียจากการทำงานอาการเคลื่อนไส้อาเจียนอาจช่วยบรรเทาโดยการอมหรือกินอาหารรสเปรี้ยวนอกจากนี้การกินอาหารมือละน้อยๆ แต่บ่อยครั้งจะช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ลงได้ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ทีไขมันมาก เพราะจะทำให้คลื่นไส้ได้ง่าย

2. อาการท้องผูกพบบ่อยในระยะ 2-3 เดือนก่อนคลอดเนืองจากทารกมีขนาดโตขึ้น และกดทับลำไส้ ทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวได้น้อยประกอบกับการได้รับอาหารมีกากน้อย และออกกำลังกายไม่เพียงพอจึงมีอาการท้องผูกง่าย หญิงมีครรภ์จึงควรดื่มน้ำมากๆ กินผักผลไม้เป็นประจำ และออกกำลังกายด้วยการเดินหรือทำงานที่ไม่หนักเกินไป

การเปลี่ยนแปลงของการตั้งครรภ์

การเปลี่ยนแปลงของการตั้งครรภ์

3. การเปลี่ยนแปลงของระบบทางเดินอาหาร เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของระบบฮอร์โมนบางชนิด ทำให้กระเพาะลำไส้มีการเคลื่อนไหวช้าลง และยังพบว่ากรดน้ำย่อยในกระเพาะลดลง ทำให้มีอาการแน่น ท้องอืด คลื่นไส้ได้ง่าย และบางครั้งมีการแสบยอดอกเนื่องจากมีการย้อนกลับของน้ำย่อยในกระเพาะเข้าสู่หลอดอาหารบริเวณที่ติดกับกระเพาะ

4. การเพิ่มน้ำหนัก ในระยะมีครรภ์น้ำหนักจะเพิ่มมากขึ้นในระยะ 3 เดือนแรกของการมีครรภ์ น้ำหนักของแม่จะเพิ่มขึ้นเพียง 1-2 กิโลกรัม เนื่องจากในระยะนี้เป็นระยะที่มีการเสริมสร้างเนื้อเยื่อของแม่ และอวัยวะของทารกมากว่าการเติมโตด้านขนาด หลังจาก 3 เดือนแล้ว น้ำหนักจะค่อยๆเพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ยประมาณ 1.5 กิโลกรัม เมื่อตั้งครรภ์ได้ 20 สัปดาห์ น้ำหนักของแม่จะเพิ่มขึ้นในระยะ 4-6 เดือน เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อต่างๆ ได้แก่ การขยายตัวของมลลูก การสร้างเซลล์ของทารกปริมาณเลือดเพิ่มขึ้นหากระยะนี้น้ำหนักของแม่ไม่เพิ่มจะมีผลเสียต่อการเติมโตของทารกมากทารกจะตัวเล็กอาจจะคลอดก่อนกำหนด หรือเกิดครรภ์เป็นพิษได้น้ำหนักของแม่จะเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในระยะ 3 เดือนก่อนคลอด อาจเพิ่มถึง 0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ เนื่องจากระยะนี้ทารกเติบโตรวดเร็วมากและมีการขยายตัวของรกและการเพิ่มน้ำคร่ำ โดยทั่วไปน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นตลอดระยะมีครรภ์ควรเป็น 11-12 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นตลอดระยะเวลามีครรภ์เป็นน้ำหนักของส่วนต่างๆ ของแม่และทารก

ความต้องการสารอาหารและอาหารสำหรับหญิงมีครรภ์ ในระยะมีครรภ์ร่างกายจะต้องการสารอาหารต่างๆ เพิ่มขึ้น เพื่อ

– เสริมสร้างอวัยวะต่างๆ ของทารก
– เสริมสร้างเนื้อเยื่อต่างๆ ของแม่ ได้แก่ การขยายตัวของมดลูกการขยายตัวของต่อมน้ำนม การสร้างรก เลือด และอื่นๆ
– การทำงานเพิ่มขึ้นของอวัยวะต่างๆ ได้แก่ ตับ ไต หัวใจ ต่อมไร้ท่อ

Possibly Related Posts: