การให้ลูกกินนมแม่ถือเป็นการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก และยังให้พลังงานและสารอาหารที่จำเป็นซึ่งช่วยสร้างภูมิต้านทานตามธรรมชาติให้ลูกน้อยด้วย วันนี้ thai-mom มีสาระความรู้ดีๆ มาฝากคุณแม่กันค่ะ

 

นมแม่เสริมภูมิคุ้มกัน

นมแม่เสริมภูมิคุ้มกัน

นมแม่เสริมภูมิคุ้มกัน

ไม่ว่าเด็กที่คลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอด อาหารที่ดีที่สุดก็คือ “นมแม่” เพราะในน้ำนมแม่มีภูมิคุ้มกัน ที่เป็นทั้งเซลล์คอยดักจับเชื่อโรค สารย่อยสลายเชื้อโรค และสารต่อต้านการติดเชื้อต่าง ๆ ที่ทำงานประสานและรวมพลังกัน นอกจากนี้ในน้ำนมแม่ยังมีสารภูมิคุ้มกันที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ระบบทางเดินอาหารและทางเดินหายใจที่ช่วยกำจัดเชื่อโรค มีวิตามินต่าง ๆ เช่น วิตามินเอ และสารเร่งการเจริญเติบโตของเยื่อบุ ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายลูกน้อยได้ยากขึ้น ภูมิคุ้มกันเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับวัยทารก เพราะลูกวัยนี้ยังสร่งภูมิคุ้มกันไม่ได้ดี
นมแม่ในระยะ 1 สัปดาห์แรกเป็นหัวน้ำนมที่เรียกว่า “โคลอสตรัม” ถือเป็นน้ำนมที่มีภูมิคุ้มกันสูงสุด หากทารกแรกคลอดได้กินหัวน้ำนมนี้แม้ว่าตอนหลังจะไม่ได้กินนมแม่หรือกินได้น้อยก็ยังดีกว่าไม่ได้กินเลย

นมแม่เสริมภูมิคุ้มกัน

นมแม่เสริมภูมิคุ้มกัน

เด็กที่กินนมแม่จะมีโอกาสเจ็บป่วยน้อยกว่าเด็กที่กินนมผสมประมาณ 2 – 7 เท่า และลดโอกาสเกิดโรคลำไส้เน่าอักเสบในเด็กแรกเกิดถึง 20 เท่า ส่วนโรคอื่น ๆ เช่น โรคท้องเสีย ปอดบวม หูชั้นกลางอักเสบ โรคเยื้อหุ้มสมองอักเสบ โรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ โรคภูมิแพ้ และโรคเบาหวาน เป็นต้น ก็ลดโอกาสเกิดได้ถึง 2 – 5.5 เท่า
นอกจากในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต การทำงานของระบบต่าง ๆ ของลูกยังไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ เยื่อบุลำไส้ยังไม่แข็งแรง น้ำย่อยอาหารยังไม่เพียงพอที่จะย่อยอาหาร สารช่วยย่อยหรือสารภูมุ้มกันยังทำงานไม่เต็มที่ จึงมีโอกาสทำให้ลูกเกิดภูมิแพ้ได้ แต่การกินนมแม่จะช่วยลดการเกิดภูมิแพ้ในเด็กทารกได้เป็นอย่างดี

 

ทารกในช่วงแรกเกิดถึง 4 เดือน ที่กินนมแม่อย่างเดียวโดยไม่ได้กินนมผสมหรืออาหารอื่นมีปัญหาท้องเสียน้อยมาก พบเพียงร้อยละ 5 สอดคล้องกับงานวิจัยทางการแพทย์ชิ้นหนึ่งจากต่างประเทศที่ระบุว่า ในน้ำนมแม่นันมีจุลินทร่ย์สุขภาพ (Probiotics) บิฟิดัส บีแอล และมีสารที่มีคุณสมบัติพิเศษ ที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์สุขภาพได้ดี ส่งผลให้มีความเสี่ยงในการเกิดอุจจาระร่วง อาเจียน และมีไข้ได้น้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่
แต่สำหรับเด็กที่เกิดจากการผ่าคลอดและไม่ได้กินนมแม่ แม้ใช้เวลาประมาณ 6 เดือนหรือมากกว่านั้น จึงจะมีจุลินทรีย์สุขภาพใกล้เคียงกับเด็กที่คลอดธรรมชาติ หากคุณแม่มีความจำเป็นที่ไม่สามารถให้นมแม่ได้จริง ๆ ควรเลือกนมที่มีคุณสมบัติใกล้คียงกับนมแม่มากที่สุดเพื่อทดแทน หรือต้องพิจารณาเลือกนมผงที่มีส่วนประกอบของจุลินทรีย์สุขภาพ บิฟิดัส บีแอล เพื่อช่วยเสริมปริมาณจุลินทรีย์สุขภาพที่จะทำให้ลูกน้อยสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติได้เร็วขึ้น

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : ModernMom

Possibly Related Posts: