หมอนัดตรวจลูกน้อยหลังคลอด

หมอนัดตรวจลูกน้อยหลังคลอด

หนึ่งเดือนหลังออกจากโรงพยาบาล คุณหมอจะนัดเด็กที่คลอดครบกำหนดทั่วไปกลับมาตรวจสุขภาพอีกครั้ง คุณแม่มือใหม่คงอยากรู้ว่า การตรวจครั้งนี้สำคัญกับลูกน้อยอย่างไร และคุณหมอจะตรวจอะไรบ้าง

พัฒนาการ 4 ด้าน

1. กล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross Motor) คุณหมอจะดูการเคลื่อนไหวของแขน ขา และข้อต่าง ๆ ว่าหมุนไปตามทิศทางได้อย่างปกติ มีการเคาะเข่าดูรีเฟล็กที่ข้อเข่าและข้อเท้า ว่ามีการกระดกตามที่ควรจะเป็นไหม ถ้าในกรณีที่เด็กตัวเล็ก ก็จะเน้นตรวจการเคลื่อนไหวที่ขาและเท้า เพราะถ้าเกิดมีอาการผิดปกคทางสมองจะทำให้กล้ามเนื้อขามีการดึงตัวผิดปกติ ไม่งอไปตามข้อเข่าหรือข้อเท้า ไม่ค่อยมีการยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ซึ่งหากสังเกตเจอก็ต้องพามาพบคุณหมอต่อไป
2. กล้ามเนื้อมัดเล็ก (Fine Motor) ในช่วง 1 – 2 เดือน กล้ามเนื้อมัดเล็กมีอะไรเด่นชัดมากอาจจะมีการเคลื่อนไหวบ้าง แต่โดยทั่วไปจะยังไม่สามารถตรวจละเอียดได้
3. การตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม (Social) เด็กที่ตอบสนองสิ่งกระตุ้นต่อสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัว เช่น มีการยิ้มหรือสบตาพ่อแม่เมื่อยื่นหน้าเข้าไปหาใกล้ ๆ หรือเมื่อส่งเสียงพูดคุยกับเขา เพราะลูกจะชินและจำเสียงพ่อแม่ได้ดีอยู่แล้ว หรือส่งเสียงร้องไห้เมื่อรู้สึกอึดอัดต่อสภาพแวดล้อมที่อาจเสียงดังเกินไป
4. ภาษาหรือการส่งเสียง (Language) เมื่อลูกตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมหรือสิ่งเร้ารอบตัว เขาก็จะพยายามบอกความรู้สึกผ่านเสียงร้องหรือสีหน้าท่าทาง ซึ่งการส่งเสียงมีหลายระดับ ตั้งแต่หิวนม หรือถ่ายปัสสาวะ อุจจาระ ลมแน่นท้อง มีแมลงกัด รู้สึกกดดันจากสิ่งแวดล้อมรอบข้าง หรือร้องโคลิก ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ที่ใกล้ชิดลูกที่สุดอาจสังเกตลักษณะสีหน้าหรือการส่งเสียงแบบนี้ของลูกคืออะไร เขาต้องการจะบอกอะไรกับเรา

ปฏิกิริยารีเฟล็ก

o การมองเห็น : ลูกจะมองเห็นตั้งแต่แรกเกิด แต่จะในระยะใกล้ เพราะฉะนั้นหากเรายื่นหน้าไปให้ลูกดูบ่อย ๆ เขาก็จะมีปฏิกิริยาตอบสนองการมองด้วยการสบตา มีการจดจำใบหน้า แล้วเรียนรู้เมือ่มีอาการร้องกวน แต่พอเห็นหน้าพ่อแม่ก็จะรู้สึกสงบและหยุดร้องได้เร็ว
o การได้ยิน : เด็กสามารถเรียนรู้และเลียนเสียงได้ตั้งแต่เล็ก ๆ ทุกวันนี้ทุกโรงพยาบาลตามมาตราฐานจะมีการตรวจคัดกรองการได้ยินแบบเบื้องต้น (Otoacoustic Emission) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สอดเข้าหู ยิงเครื่องเสียงแล้วดูการตอบสนอง ผลจะออกมาเป็นกราฟแล้วเอาไปแปรผลอีกที โดยจะมีการตรวจ 5 รอบ แต่หากครั้งแรกไม่ผ่าน คุณพ่อคุณแม่ก็ยังไม่ต้องกังวล เด็กอาจจะไม่นิ่ง ห้องเงียบไม่พอ ขี้หูตันเยอะกว่า 40 % เมื่อมีการตรวจครั้งที่ 2 ซึ่งจะตรวจหลังจากครั้งแรกประมาณ 4 – 6 สัปดาห์ ก็จะผ่าน หากคุณหมอสงสัยอาจส่งตรวจขั้นสูง หรือ ABR (Auditory Brainsgen Evokev Respond) ต่อไป

ตรวจร่างกายตามระบบ

o หูและคอ : ว่ามีการติดเชื้ออะไรหรือไม่
o สะดือ : มีภาวะการณ์ติดเชื้อไหม สะดึอหลุดหรือยัง ในบางกรณีจะมีเนื้อเยื่อสีชมพูดูแข็ง ๆ ก็มีโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อได้ หรือในบางกรณีที่เนื้อเยื่อมีการปูดแดงมาก ๆ ก็จะใช้สารซิลเซอร์ไนเตรดมาทำให้เนื้อเยื่อฝ่อแห้งไปเพื่อลดการติดเชื้อ
o การเต้นของหัวใจและเสียงปอด : จะเป็นสิ่งแรกที่คุณหมอจะรีบฟังเมื่อเด็กมาตรวจ เพราะการเต้นผิดปกติของหัวใจบางอย่างจะตรวจไม่เจอใน 3 – 4 วันแรก แต่จะเจอหลังจาก 1 – 2 เดือนไปแล้ว
o วัดไข้หรืออุณหภูมิ : มีไข้ มีอาการตัวร้อนไหม อุณหภูมิปกติจะอยู่ที่ 36.5 – 37.8 องศาเซลเซียส
o อวัยวะเพศ : เด็กผู้ชายก็จะดูว่าปลายอวัยวะเพศเปิดดีไหม บางคนก็ปลายยังไม่เปิด อันนี้ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมของแต่ละบ้าน บางคนก็ขลิบตามศาสนา และคุณหมอจะคลำถุงอัณฑะว่าลูกอัณฑะลงทั้ง 2 ข้างหรือเปล่า แต่หากยังไม่ลงก็ไม่ต้องกังวล เพราะสามารถรอได้ถึง 9 เดือน ซึ่งส่วนใหญ่จะลงเองได้ แต่หากถึงเวลาแล้วยังไม่ลง ก็อาจต้องใช้ยากระตุ้นให้ลงในถุงอัณฑะตามปกติ
เด็กผู้หญิง ก็จะดูว่าอวัยวะเพศมีภาวะเนื้อเยื่อมาติดกันเป็นพังพืดไหม มีภาวะเลือดออกทางช่องคลอด ซึ่งเป็นภาวะปกติที่อาจเจอได้ หากมีอาการเหล่านี้ก็ต้องมาให้คุณหมอดูและแก้ไขต่อไป
ส่วนเด็กที่คลอดก่อนกำหนด หรือมีน้ำหนักตัวน้อย ก็จะมีการตรวจเช่นเดียวกัน เพียงแต่คุณหมอ

Possibly Related Posts: