ค่าใช่จ่ายในการเลี้ยงลูกหนึ่งคน

ค่าใช่จ่ายในการเลี้ยงลูกหนึ่งคน

ถ้าเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่มีฐานะดีและไม่มีปัญหาเรื่องเงินเลย ก็อาจจะไม่ค่อยสนใจในเรื่องเหล่านี้ เพราะสามารถจัดหาทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นและไม่จำให้แก่ลูกน้อยสุดที่รัก แต่ถ้าเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่มีฐานะปานกลางหรือหาเช้ากินค่ำ ก็อาจจำเป็นต้องวางแผนในเรื่องค่าใช้จ่ายของลูกในอนาคตล่วงหน้าไว้บ้าง เพื่อให้การเลี้ยงลูกมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามเป้าหมายของพ่อแม่และของลูกได้

ยิ่งเล็กยิ่งแพง

ค่าใช่จ่ายในการเลี้ยงลูกหนึ่งคน

ค่าใช่จ่ายในการเลี้ยงลูกหนึ่งคน

 

โรงเรียนอนุบาลไม่ได้อยู่ในภาคบังคับ เพราะฉะนั้นเด็กจะเรียนหรือไม่เรียนก็ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วพ่อแม่ก็มักจะให้ลูกเรียนเพื่อการปรับตัวและเตรียมความพร้อมซึ่งโรงเรียนมักจะจัดกิจกรรมได้สอดคล้องกับพัฒนาการและสนุกสนานเป็นมืออาชีพมากว่าพ่อแม่ท่สามารถหรือเล่นกับลูกเองได้ที่บ้าน แต่อาจไม่สนุกเท่าไม่มีเพื่อนหรือพ่อแม่อาจไม่มีเวลาพอ

ประถมคงที่ มัธยมแพงขึ้น.

ในความเป็นจริงที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ยังต้องเผชิญอยู่ ก็คือการเรียกเก็บค่าใข้จ่ายที่มีชื่อเรียกอย่างอื่นแทน ซึ่งผู้ปกครองคงได้เผขิญมาแล้วตั้งแต่ลูกอยู่ชั้นอนุบาล ครั้นพอถึงวัยค่าเทอมก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก นอกจากจะมีการย้ายโรงเรียนไปสู่หลักสูตรที่แตกต่างไปจากเดิม เช่น จากโรงเรียนไทยไปสู้หลักสูตรสองภาษาอิงลิชโปรแกรม หรือโรงเรียนนานาชาติ เป็นต้น

 

ค่าใช่จ่ายในการเลี้ยงลูกหนึ่งคน

ค่าใช่จ่ายในการเลี้ยงลูกหนึ่งคน

ส่งต่อถึงมหาวิทยาลัย

ถ้าเป็นลูกที่มีผลการเรียนดี สอบเข้ามหาวิทยาลัยรัฐบาลได้ ก็ถือเป็นโชคดีของพ่อแม่เพราะมหาวิทยาลัยของรัฐนั้นนอกจากจะมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปแล้ว ก็ยังมีค่าใช้จ่ายที่ไม่แพงอีกด้วย ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ทั้งรัฐบาลและเอกชนที่ดีๆ พ่อแม่บางคนเลือกให้ลูกเรียนมหาวิทยาลัยเอกชน โดยไม่ได้สนใจที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐบาลด้วยซ้ำไป

ค่าเรียนพิเศษเสริมและกวดวิชา

พ่อแม่สมัยใหม่ที่เห็นความสำคัญของการส่งเสริมพัฒนาการของลูกตั้งแต่ยังเล็กมักส่งลูกไปเรียนทักษะด้านต่างๆ เสริม เช่น ดนตรี ศิลปะ กีฬา หรือคณิตศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งทำให้มีค่าใข้จ่ายประมาณ 800-4,000 บาทเพิ่มเติมขึ้นมาในแต่ละเดือนแล้วแต่ว้เรียนอะไรและโปรแกรมไทยหรืออังกฤษ ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจเริ่มตั้งแต่ลูกอายุ 3 ขวบขึ้นไป

เด็กอาชีพพิเศษ

ถ้าเห็นแววลูกว่าน่าจะเป็นนักดนตรีหรือลูกชอบมาก อยากเป็นนัเปียโน พ่อแม่ก็อาจพาไปเรียนพิเศษด้านดนตรีเพิ่มเติมในวันหยุดหรือหลังเลิกเรียนได้เพิ่มเป็นวิชาเสริม แต่ก็มีพ่อแม่จำนวนหนึ่งที่อยากสนับสนุนให้ลูกได้มีโอกาสเป็นในสิ่งที่ลูกชอบและทำได้ดีตั้งแต่เล็กๆ ไปเสียเลยซึ่งเป็นพ่อแม่กลุ่มใหม่ที่นับวันจะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อาจเป็นเพราะเริ่มมีบุคคลตัวอย่างในสังคมไทยให้เห็น จนไปสร้างแรงบันดาลใจและเติมเต็มความฝันให้ทั้งพ่อ แม่ ลูกที่อยากมีอาชีพที่แตกต่างไปจากคนส่วนใหญ่ทั่วไป

Possibly Related Posts: