หากจะกล่าวว่า “รถเข็น” เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้ก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะครอบครัวไทยยุคใหม่ที่กลายเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น ทำให้พ่อแม่มักจะหอบลูกน้อยเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ด้วยกัน เห็นได้ชัดก็คือแผนกเด็กตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ที่กลายเป็นแหล่งชุมนุมพ่อแม่และลูกน้อยมาเดินเลือกซื้อของใช้สำหรับเด็กกันนั่นเอง การมีรถเข็นเด็กช่วยให้พ่อแม่หลายท่านเลือกซื้อของได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เพราะลูกน้อยก็มีที่พักผ่อนแสนสบาย ขวดนม ผ้าอ้อมก็มีที่เก็บ จะหยิบใช้ก็แสนง่าย วันนี้ thai-mom มีวิธีการเลือกซื้อรถเขนให้เหมาะสมกับลูกน้อยมาฝากค่ะ

วิธีการเลือกซื้อ รถเข็นเด็ก ให้ลูกน้อย

นอกเหนือจากความพึงพอใจในรูปลักษณ์ของรถเข็นเด็กแล้ว ยังมีจุดสำคัญที่ต้องพิจารณาเมื่อต้องเลือกซื้อรถเข็นเด็กให้ลูกน้อยอันเป็นที่รัก

ก่อนอื่นเรามาพิจารณาถึง สภาวะในปัจจุบัน กล่าวคือ รถเข็นเด็ก เป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้กับคุณพ่อคุณแม่ เนื่องจากครอบครัวไทยยุคใหม่ที่กลายเป็นครอบครัวเดี่ยว หรือครอบครัวเล็กที่แยกออกไปดูแลกันเอง เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้คุณพ่อและคุณแม่มักจะต้องพาลูกน้อยเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ด้วยกัน เช่น ไปเดินห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ที่กลายเป็นแหล่งชุมนุมคุณพ่อ คุณแม่และลูกน้อยเพื่อไปเลือกซื้อของใช้สำหรับเด็ก การเดินทางไปออกกำลังกายตามสวนสาธารณะ หรือศูนย์ออกกำลังกาย ซึ่งการมีรถเข็นเด็กจะช่วยให้คุณพ่อ และคุณแม่หลายท่านประกอบภาระกิจต่างๆ ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เนื่องจากลูกน้อยก็มีที่พักผ่อน อาหาร น้ำ ขวดนม ของเล่น รวมไปถึงผ้าอ้อมก็ควรมีที่เก็บ จะหยิบใช้ก็ง่าย กล่าวสรุป คือ รถเข็นเด็กมีความจำเป็นต่อครอบครัวที่มีลูกน้อยไปโดยปริยาย
Mom2Kiddy จึงขอนำหลักใน การเลือกซื้อรถเข็นเด็กมาฝากคุณพ่อ คุณแม่ที่กำลังมองหารถเข็นเด็กประจำตำแหน่งสำหรับลูกน้อย

  • อันดับแรก รถเข็นเด็กนั้นใช้ได้กับเด็กอายุเท่าใด เช่น รถเข็นเด็กใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด หรือตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ก็ควรใช้รถเข็นเด็กขนาดที่แข็งแรง หรือถ้าเด็กโตก็สามารถใช้ รถเข็นเด็กแบบก้านร่ม
  • ต้องพิจารณาอายุของลูกน้อย หากซื้อรถเข็นเด็กสำหรับใช้ตั้งแต่ยังเป็นเด็กทารกจนถึงเด็กโต ก็ควรมองหารถเข็นเด็กที่สามารถรองรับได้ถึงตอนเด็กอายุมากขึ้น เช่น ช่องที่ให้ขาสอด หรือลอดออกมาควรที่จะสามารถปรับขนาดได้ เพราะขนาดของขาลูกน้อยจะขยายขึ้นเรื่อย ๆ
  • พิจารณาจากวัสดุที่ใช้หุ้มเบาะรถเข็นเด็ก หรือเก้าอี้ของ รถเข็นเด็ก หรือหลังคาต้องเป็นผ้าชนิดที่ไม่ติดไฟง่าย และต้องพิจารณาถึงสารเคมีปนเปื้อน
  • เวลาเข็นรถเข็นเด็ก เราต้องการเห็นหน้าลูกตลอกเวลาไหม เนื่องจากรถเข็นเด็กบางรุ่นพ่อแม่จะเข็นจากทางด้านหลัง
  • ส่วนใหญ่เราต้องการใช้รถเข็นเด็กไปในสถานที่ใด เช่น รถเข็นเด็กขนาดเล็กกะทัดรัดเหมาะสำหรับท่านที่ชอบไปเดินห้างสรรพสินค้า แต่ถ้ารถเข็นเด็กคันใหญ่ๆ แข็งแรงจะเหมาะกับท่านที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้ง
  • ควรพิจารณาถึงวัสุดุที่ใช้ทำเบาะ รถเข็นเด็ก กล่าวคือ วัสดุที่นำมาทำเบาะรถเข็นเด็ก ควรที่จะสามารถถอดซักได้ เนื่องจากในบางครั้งอาจมีอุจจาระ ปัสสาวะ หรืออาเจียนที่อาจจะทำให้เปื้อนเบาะรถเข็นเด็ก ดังนั้นจึงควรพิจารณาถึงวัสดุที่ใช้ผลิตเบาะรถเข็นเด็กด้วย
  • ควรพิจารณาถึงวิธีการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ เช่น ถ้ามีรถยนต์ก็จะมีโอกาสพาลูกน้อยเดินทาง ก็ควรที่จะเลือกรถเข็นเด็ก ชนิดที่สามารถปรับใช้งานกับเบาะรถยนต์ได้ด้วย กล่าวคือ เบาะรถเข็นเด็กสามารถทำเป็นคาร์ซีทนั่นเอง จะทำให้คุ้มค่าต่อเงินที่ลงทุน และปลอดภัยในขณะที่เด็กน้อยอยู่ในรถยนต์
  • ควรพิจารณาถึงขนาดน้ำหนักของรถเข็นเด็ก กล่าวคือ ถ้าเดินทางบ่อย ก็ควรเลือกรถเข็นเด็กที่มีน้ำหนักเบา
  • ควรพิจารณาถึงสีที่ใช้สำหรับรถเข็นเด็กควรเป็นแบบสีที่ไม่มีพิษทั้งในแง่เป็นพิษจากตัวสีเอง หรือที่เกิดจากการทำปฏิกิริยากับสารชนิดต่างๆ ที่เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง หรือเรียกว่า NON-TOXIC
  • ควรพิจารณาถึงการปรับตำแหน่ง หรือมุมของ รถเข็นเด็ก กล่าวคือ หากซื้อรถเข็นเด็กมาใช้ตั้งแต่ลูกน้อยยังเป็นทารก ก็ควรเลือกแบบที่ปรับแบบนอนราบได้ เพราะคอของลูกน้อยยังไม่แข็ง และถ้าจะให้คุ้มค่า ก็ควรเลือกรถเข็นเด็กแบบปรับตำแหน่งเพื่อใช้รถเข็นเด็กตอนเด็กน้อยเริ่มโต
  • ควรพิจารณาถึงสิ่งอำนวยสะดวกต่างๆ ภายในรถเข็นเด็ก เช่น ควรเลือก รถเข็นเด็ก ที่มีตะกร้าเพื่อใส่สิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ผ้าอ้อม ขวดนม นมผง ของเล่น เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.mom2kiddy.com

Possibly Related Posts: