ในช่วงขวบปีแรกนั้น ภูมิคุ้มกันในร่างกายของลูกน้อยยังมีไม่มาก หากคุณพ่อคุณแม่ไม่ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค ในขวดนมของลูกน้อย ก็อาจทำให้มีไวรัส แบคทีเรีย หรือปรสิตต่างๆในขวดนมที่เมื่อลูกน้อยกินนมจากขวดนมดังกล่าว เข้าไปก็อาจทำให้ลูกน้อยเจ็บป่วยไม่สบาย และอาจรุนแรงถึงขั้นอาเจียนหรือท้องร่วงได้ วันนี้ thai-mom มีวิธีเกี่ยวกับการทำความสะอาดขวดนมมาฝากค่ะ

วิธีฆ่าเชื้อล้างขวดนมลูก

วิธีฆ่าเชื้อล้างขวดนมลูก

สะอาดกับ3วิธีฆ่าเชื้อ ล้างขวดนม ลูก ให้ปลอดภัย

วิธีฆ่าเชื้อล้างขวดนมลูก

วิธีฆ่าเชื้อล้างขวดนมลูก

 

บ้านไหนมีเจ้าตัวน้อยวัยกำลังโตที่ยัง ดื่มนมจากขวดนม อยู่นั้น การทำความสะอาดภาชนะอย่าง ขวดนม โดยการล้างน้ำและน้ำยาทำความสะอาด อาจไม่เพียงพอกับการขจัดคราบหรือฆ่าเชื้อโรคได้อย่างหมดจดปลอดภัย โดยแนะนำให้นำขวดนมไปฆ่าเชื้ออีกขั้นตอนหนึ่ง

ก่อนการฆ่าเชื้อ คุณผู้อ่านยังต้องใส่ใจในขั้นตอนการล้างโดยถอดแยกชิ้นส่วนขวดนมเพื่อนำไปล้างด้วยน้ำเปล่า ก่อนล้างทั้งหมดอีกรอบด้วย น้ำยาล้างขวดนม กับน้ำอุ่น ขัดถูกด้านในขวด คอขวด และเกลียวให้คราบนมหลุดลอกออก โดยเฉพาะหัวนมยางให้ใช้แปรงขัดคราบพร้อมทั้งบีบน้ำผ่านหัวนมยางด้วย

วิธีฆ่าเชื้อล้างขวดนมลูก

วิธีฆ่าเชื้อล้างขวดนมลูก

สำหรับการฆ่าเชื้อโรคมีหลายวิธีให้เลือกปฏิบัติตามความสะดวก เริ่มจากวิธีนำไปต้ม โดยนำชิ้นส่วนต่าง ๆ ของขวดนมใส่ลงในหม้อต้ม เติมน้ำสะอาดจนท่วมทุกชิ้นส่วน ต้มนาน 25 นาที แล้วเก็บชิ้นส่วนทั้งหมดขึ้นจากหม้อต้ม หากยังไม่ใช้ในทันที ให้นำไปเก็บไว้ในที่สะอาดมีฝาครอบ…แม้จะเป็นวิธีที่ประหยัดแต่การฆ่าเชื้อด้วยการต้มอาจทำให้หัวนมยางเสื่อมสภาพเร็ว

วิธีที่สอง คือ การฆ่าเชื้อโดยหม้อนึ่งไฟฟ้า เพียงวางชิ้นส่วนต่าง ๆ ของขวดนมลงในหม้อนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะให้เติมน้ำสะอาดลงไปราว ๆ 2 ออนซ์ แล้วเสียบปลั๊กไฟนึ่งนาน 10 นาที แต่วิธีนี้อาจใช้ปริมาณน้ำและระยะเวลาในการนึ่งแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับหม้อนึ่งแต่ละยี่ห้อ

และวิธีสุดท้ายฆ่าเชื้อโดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อหรือเม็ดยาฆ่าเชื้อ เพียงเติมน้ำสะอาดลงในภาชนะที่จะใช้ใส่ ขวดนม เพื่อฆ่าเชื้อให้มากพอท่วมทุกชิ้นส่วนของขวดนม จากนั้นใส่น้ำยาหรือเม็ดยาฆ่าเชื้อลงไป รอให้ละลาย ก่อนใส่ชิ้นส่วนต่าง ๆ ลงไป กดทุกชิ้นส่วนให้จมอยู่ในน้ำ โดยเฉพาะส่วนขวดควรไล่อากาศออกให้หมด จากนั้นปิดฝาภาชนะไว้นาน 25 นาที หรือตามคำแนะนำการใช้ยา

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.thaihealth.or.th

Possibly Related Posts: