ขณะตั้งครรภ์คุณแม่อาจมีความกังวลถึงความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของร่างกาย และเฝ้าดูแลสุขภาพครรภ์และลูกในครรภ์อย่างดี อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมนึกถึงสุขภาพช่องปากของคุณแม่ด้วย เพราะก็มีผลต่อสุขภาพของลูกในครรภ์ วันนี้ thai-mom มีวิธีการดูแลสุขภาพช่องปากของคุณแม่มาฝากค่ะ

การดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

การดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

การดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

การดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

การดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

 

ก่อนหน้านี้เคยพูดถึง การดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ และการใช้ยาทางทันตกรรมสำหรับ คุณแม่ตั้งครรภ์ กันไปแล้วที่ผ่าน ซึ่งเรื่องราวของการดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับคุณแม่ในสำหรับในฉบับนี้จะขอพูดถึง 2 เรื่องด้วยกัน เรื่องแรก คือช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ จะเป็นช่วงที่คุณแม่ควรจะเตรียมตัวเพื่อคลอด ถ้าผ่านการดูแลรักษาช่องปากในช่วงไตรมาสที่สองแล้ว ก็สบายใจเกี่ยวกับช่องปากได้เลย แต่สำหรับคุณแม่บางท่านที่ยังไม่ได้ตรวจและ รักษาช่องปาก ในช่วงไตรมาสที่สอง ก็ไม่ต้องกังวล ถ้ายังไม่มีอาการอะไร ก็ให้รอมาตรวจหลังคลอดเลยก็ได้ แต่สำหรับคุณแม่ที่มีอาการปวด หรือแปรงฟันแล้วมีเลือดออก หรือมีอาการต่างๆ ให้ไปปรึกษาทันตแพทย์ก่อน ซึ่งทันตแพทย์อาจทำการรักษาฉุกเฉินให้หายปวดก่อนได้ ส่วนสาเหตุว่าทำไมในช่วงไตรมาสที่สามนี้ถึงทำฟันไม่ได้ โดยเฉพาะในช่วงใกล้คลอด สาเหตุก็คือ การทำฟันนั้นทุกท่านคงทราบว่ามันอาจมีอาการเสียว หรือเจ็บได้บ้าง ซึ่งเมื่อคุณแม่เสียวหรือเจ็บ ก็จะทำให้มีการเกร็ง สิ่งที่กลัวก็คืออาจทำให้กล้ามเนื้อมดลูกมีการบีบเกร็ง แล้วอาจคลอดก่อนกำหนดได้ ซึ่งหมอฟันก็ทำคลอดไม่เป็นซะด้วยสิครับ ดังนั้นคุณแม่ที่เคยมีประวัติการแท้ง หรือคลอดก่อนกำหนด ก็ควรต้องบอกหมอก่อนทำฟันด้วยนะ

สำหรับในเรื่องที่สอง จะขอกล่าวถึงคำถามหรือความเชื่อที่คุณแม่หลายๆ ท่านมักเข้าใจผิดสำหรับฟันในช่วงตั้งครรภ์นะครับ ความเชื่อยอดฮิตที่สุดก็คือเรื่อง ลูกจะดูดเอาแคลเซียมไปจากฟันคุณแม่ ทำให้ฟันแม่ผุ หรืออาจต้องถอน จนบางคนเชื่อว่า “มีลูก 1 คนต้องเสียฟัน 1 ซี่ “ อันนี้คงต้องอธิบายกันละเอียดนิดนึง เพื่อให้เข้าใจกัน ฟัน เป็นอวัยวะที่มีโครงสร้างและการสะสมแร่ธาตุไม่เหมือนกระดูก กระดูกจะมีโครงสร้างที่สามารถแลกเปลี่ยนแคลเซียมสู่กระแสเลือดได้ เป็นโครงสร้างที่ร่างกายออกแบบไว้คล้ายเป็นธนาคารของแคลเซียม เมื่อในกระแสเลือดมีแคลเซียมน้อย กระดูกก็จะปล่อยแคลเซียมออกมาในกระแสเลือด เมื่อในกระแสเลือดมีแคลเซียมเยอะก็จะกลับไปสะสมที่กระดูก นั่นคือกระดูกจะมีการปล่อยและสะสมแคลเซียมตลอดเวลา แต่ฟันนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โครงสร้างของฟันมีการสร้างและสะสมแคลเซียมเฉพาะช่วงที่มีการสร้างหน่อฟัน ซึ่งเมื่อฟันมีการสร้างและสะสมแร่ธาตุเสร็จจนกระทั่งฟันโผล่มาในช่องปากแล้ว ฟันจะไม่มีการสะสมหรือสลายแคลเซียมกลับสู่กระแสเลือดอีกเลย นั่นหมายความว่าน้องจะไม่สามารถดูดแคลเซียมออกไปจากฟันของคุณแม่ได้นั่นเอง

นอกจากนี้คุณแม่ก็จะมีคำถามขึ้นมาอีกว่า “แล้วทำไมฟันถึงชอบผุในช่วงตั้งครรภ์” ก็ขอตอบตรงนี้ว่า ฟันผุในช่วงตั้งครรภ์นั้นเกิดจากปัจจัยหลายๆ ด้านดังที่ผมเคยกล่าวไว้ในฉบับก่อนหน้านี้ เช่น ช่วงตั้งครรภ์กินของจุกจิกมากขึ้นแต่แปรงฟันเท่าเดิม หรืออาจน้อยลง, มีการอาเจียนจากการแพ้ท้องบ่อย ทำให้สภาพช่องปากมีความเป็นกรดสูงเนื่องจากน้ำย่อยในกระเพาะอาหารซึ่งมีความเป็นกรดสูงจะออกมาด้วยในขณะที่เราอาเจียน ซึ่งตัวกรดนี่แหละจะไปกัดกร่อนผิวฟันของเรา, ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงทำให้เหงือกอักเสบมากขึ้นทำความสะอาดได้น้อยลง เพราะบางคนคิดว่าแปรงฟันแล้วเลือดออก ก็จะไม่แปรงบริเวณนั้น คราวนี้ยิ่งไปกันใหญ่เลย ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้แหละที่จะทำให้เกิดฟันผุขึ้นในปากของคุณแม่ทุกท่าน

ขอบคุณข้อมูลจาก : 

Possibly Related Posts: