เด็กปัญหาใหญ่ที่คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านต้องเฝ้าระวังไว้ให้ดี เพราะคนเรานั้นไม่สามารถที่มองเห็นเชื้อโรคได้ด้วยตาเปล่า ไวรัสลงกระเพาะ ก็เช่นกันเราเองก็ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยเปล่าว่าลูกน้อยของเราโดนเจ้า ไวรัสลงกระเพาะ นี้รึเปล่า แต่วันนี้ thai-mom มีวิธีการดูอาการไวรัสลงกระเพาะในเด็กมาฝาก เพื่อคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายจะได้รู้จักวิธีป้องกันและวิธีดูแลเวลาที่ลูกน้อย เกิดมีอาการไวรัสลงกระเพาะ เพื่อการเตรียมพร้อมที่ทันท่วงถี่ในลูกน้อยเราก็มาดูการเฝ้าระวัง ไวรัสลงกระเพาะในเด็ก กันเลยดีกว่าค่ะ

 

ไวรัสลงกระเพาะในเด็ก

ไวรัสลงกระเพาะในเด็ก

ลักษณะอาการไวรัสลงกระเพาะที่สังเกตได้

• อาจมีอาการเหมือนไข้หวัดทั่วไป คือ มีไข้ตัวร้อน น้ำมูก หรือไอ ร่วมด้วย

• อาการเด่นชัดตามมา คือ อาเจียน ตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงมากขึ้นอาจมีอาการท้องอืดร่วมด้วย

ไวรัสลงกระเพาะในเด็ก

ไวรัสลงกระเพาะในเด็ก

• ปฏิเสธอาหารและมีอาการถ่ายเหลวตามมาอาการที่กล่าวมา คุณพ่อคุณแม่สามารถรักษาอาการด้วยการประคับประคองอาการไม่ให้เป็นมากกว่า เดิม เพราะอาการจะค่อยๆ หายไปได้เองด้วยการดูแลอย่างเหมาะสมของคุณพ่อคุณแม่

ความรุนแรงของเชื้อไวรัสโรตาขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของเด็กแต่ละคน เช่น สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง อาการของโรคอาจจะรุนแรงกว่าเด็กปกติทั่วไปได้ เรื่องที่ต้องระวังคือภาวะขาดน้ำจากการอาเจียนและถ่ายเหลว ซึ่งอาการที่สังเกตได้ คือ ไข้จะสูงขึ้น หัวใจเต้นเร็ว งอแง ปากแห้ง ซึม ปัสสาวะลดลง และอาจมีปลายมือ ปลายเท้าเย็น

การป้องกันและการดูแลไวรัสลงกระเพาะที่เหมาะสม

• ดูแลสุขอนามัยเรื่องความสะอาดของพ่อแม่ พี่เลี้ยง และตัวเด็ก

• ดูแลสุขอนามัยเรื่องความสะอาดของพ่อแม่ พี่เลี้ยง และตัวเด็ก

• ล้างมือทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำหรือปรุงอาหาร

• รักษาสุขอนามัยสิ่งแวดล้อม เช่น ของเล่น สิ่งของเครื่องใช้ หรือพื้นผิวที่ลูกสัมผัส

ไวรัสลงกระเพาะในเด็ก

ไวรัสลงกระเพาะในเด็ก

• หลีกเลี่ยงการพาลูกไปในที่ชุมชนหนาแน่นหรือที่ที่มีการระบาดของโรค

ปัจจุบันมีการผลิตวัคซีนทางเลือกให้คุณพ่อคุณแม่โดยสามารถเริ่มให้วัคซีน (หยอด) ตั้งแต่อายุ 2 เดือนและ 4 เดือน โดยสามารถขอคำแนะนำจากแพทย์ประจำตัวของลูกได้ค่ะ

การดูแลลูก

• เมื่อลูกมีไข้ควรเช็ดตัวและให้ยาลดไข้

• ถ้าอาเจียนอาจให้กินน้ำโออาร์เอส (ผงน้ำตาลเกลือแร่) เพื่อรักษาและป้องกันภาวะขาดน้ำ

• สามารถดื่มนมและรับประทานอาหารย่อยง่ายได้

สิ่งสำคัญเมื่อลูกป่วยคือ การสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและเมื่อลูกมีอาการผิดปกติ เช่น ลูกไม่สามารถรับประทานอะไรได้ปัสสาวะน้อยลงมีอาการซึมงอแง หรืออาเจียนบ่อยครั้งคุณพ่อคุณแม่ต้องรีบพาลูกมาพบคุณหมอทันทีค่ะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือ แม่และเด็ก กันยายน 2552

Possibly Related Posts: