วัคซีนโปลิโอชนิดหยอดเป็นวัคซีนเชื้อเป็นที่ใช้กันมานานและจัดเป็นวัคซีนพื้นฐานสำหรับเด็กไทย ข้อดีคือ ใช้สะดวก ราคาถูก และออกฤทธิ์เฉพาะที่ในลำไส้ด้วย จึงมีประโยชน์สำหรับระงับการระบาดของโรคและสำหรับโครงการรณรงค์กวาดล้างโปลิโอ ส่วนข้อด้อยคือ สร้างภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ได้น้อย และมีราคาสูง เราไปรู้จักกับวัคซีนชนิดนี้ดีกว่าค่ะ

วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ

วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ

วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ (OPV และ IPV)

ขนาดและวิธีใช้
แนะนำให้ในเด็กทุกคนที่อายุมากกว่า 2 เดือน
วัคซีนที่ใช้แพร่หลายมีอยู่ 2 ชนิด คือ
1. ชนิดรับประทาน (OPV)

วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ

วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ

2. ชนิดฉีด (IPV)

OPV

ให้โดยการรับประทาน ครั้งละประมาณ 2 – 3 หยด แนะนำให้เมื่ออายุ 2, 4, 6, 18 เดือน และ 4 – 6 ปี
• ในกรณีเด็กที่ไม่ได้รับวัคซีนตามกำหนดให้เริ่มทันทีที่มีโอกาสโดยให้ 3 ครั้งห่างกัน 6-8 สัปดาห์ และครั้งที่ 4 อีก 6-12 เดือน ต่อจากครั้งที่ 3 และหากครั้งที่ 4 ให้ก่อนอายุ 4 ปี ควรให้อีกเมื่อ

อายุ 4-6 ปี

• ในกรณีที่ให้วัคซีนครั้งแรกหลังอายุ 6 ปี ควรให้เพียง 3 ครั้ง ตอน 0, 2, 12 เดือน

ข้อดี OPV

1. ราคาถูก
2. วิธีการให้สะดวก
3. มีภูมิคุ้มกันเฉพาะที่เกิดที่ลำไส้
4. ใช้ควบคุมการระบาดของเชื้อได้
5. ป้องกันได้ทันทีหลังได้วัคซีน

ข้อเสีย OPV

1. ใช้ในคนที่มีภูมิคุมกันบกพร่องไม่ได้
2. อาจทำให้เกิดอัมพาตเหมือนโปลิโอได้
3. ต้องให้หลายครั้งจึงจะมีภูมิป้องกันโรคได้
4. หากเก็บไม่ดีเชื้ออาจตายไม่ได้ผล

IPV

ให้โดยการฉีดเมื่ออายุ 2, 4, 6 – 18 เดือน และกระตุ้นเมื่ออายุ 4 – 6 ปี
• สำหรับเด็กที่ไม่มีปัญหาภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่มีความประสงค์จะใช้IPV เพื่อต้องการลดความเสี่ยงในการเกิดอัมพาตจากโปลิโอ ให้ใช้ IPV 2 ครั้งแรกเมื่ออายุ 2, 4 เดือน และใช้ OPV เมื่ออายุ 6-18 เดือน และ 4-6 ปี

ข้อดี IPV

1. ปลอดภัยทั้งผู้รับและผู้ที่อยู่รอบข้าง
2. ไม่ทำให้เกิดอัมพาตเหมือนโปลิโอ

ข้อเสีย IPV

1. ราคาแพง
2. ไม่สามารถสกัดการระบาดได้ทันท่วงที
3. ภูมิคุ้มกันไม่ได้เกิดทันทีหลังฉีด

ข้อควรรู้

• วัคซีนโปลิโอชนิดกิน ไม่แนะนำให้ในผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือได้ยากดภูมิคุ้มกัน แนะนำให้ใช้ วัคซีนโปลิโอชนิดฉีดแทน
• ในรายที่ต้องการให้มีภูมิคุ้มกันเร่งด่วนแนะนำให้ใช้วัคซีนโปลิโอชนิดกิน ไม่ใช้ชนิดฉีด

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.childrenhospital.go.th

Possibly Related Posts: