เมื่อถึงยามที่ คุณแม่มือใหม่ตั้งครรภ์การกินอาหารระหว่างตั้งครรภ์ก็เป็นเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งตามมา และอาหารต้องห้ามสำหรับคนตั้งครรภ์ก็คือ เจ้าอาหารที่ไร้ประโยชน์ทั้งหลายโดยเฉพาะเจ้าขนมหวาน แต่ถ้าคนตั้งครรภ์อยากจะกินคงจะห้ามยาก วันนี้ thai-mom จึงมาแนะนำการกินขนมระหว่างตั้งครรภ์เพื่อที่จะได้ไม่ทำร้ายร่างกายผู้หญิงตั้งครรภ์มาฝากค่ะ

กินอาหารอย่างถูกวิธีระหว่างตั้งครรภ์

กินอาหารอย่างถูกวิธีระหว่างตั้งครรภ์

 

 

กินอาหารระหว่างตั้งครรภ์ โดยเฉพาะ “ขนม” อย่างถูกวิธีไม่เป็นอันตราย

เลือก…ให้เป็น

กินอาหารอย่างถูกวิธีระหว่างตั้งครรภ์

กินอาหารอย่างถูกวิธีระหว่างตั้งครรภ์

 

ขนมส่วนใหญ่ทำมาจาก แป้งและน้ำตาลถึงแม้จะเป็นหมวดหมู่อาหารที่ให้พลังงาน แต่ด้วยปริมาณที่นำมาประกอบเป็นขนมมักจะเกินความต้องการของร่างกายส่วนที่เหลือจึงไปสะสมอยู่ตามชั้นผิวหนัง โดยเฉพาะช่วงหน้าท้อง สะโพก ต้นขา ต้นแขน แต่ก็ยังมีขนมบางประเภทที่มีวัตถุดิบที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย และไม่เก็บเป็นไขมันสะสมรวมทั้งไม่ใช้น้ำตาลหรือน้ำมันมากจนเกินไป

เลือก…เวลากิน

ในช่วงตั้งท้องแบบนี้คุณหมอมักจะแนะนำให้แบ่งอาหารออกเป็นมื้อเล็ก ๆ 5-6 มื้อเล็ก ในที่นี้ในแง่ปริมาณ เพื่อไม่ให้คุณแม่รู้สึกอึดอัดจากระบบการย่อยที่ไม่สมบูรณ์ในช่วงนี้ ฉะนั้นเวลากินขนมของคุณแม่จะมีมากขึ้นไปด้วยก็ให้เลือกช่วงสายของวันหรือมื้อบ่ายของวันเป็นเวลาของอาหารว่าง ส่วนมื้อหลัก ควรเป็นอาหารปกติแต่ลดจำนวนลง ส่วนมื้อก่อนนอน ถ้ารู้สึกหิวก็ให้เป็นอาหารเบา ๆ อย่างนมสดกับขนมปังสัก 1-2 แผ่น

เลือก…ให้เหมาะกับตัวเอง

ใครที่ก่อนตั้งครรภ์น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์เกินมาตรฐานหรือรู้ตัวเองว่าอ้วนง่ายต้องระวังเรื่องขนมหวานให้มากขึ้นกว่าคุณแม่ที่น้ำหนักและสัดส่วนได้เป็นอย่างดี (แถมยังชอบอยู่กับเรานาน ๆ อีกด้วย)

เลือก…จากวัตถุดิบ

ขนมหวานบ้านเรามีให้เลือกเยอะแยะทั้งแบบไทย ๆ และแบบฝรั่งแต่อยากเน้นให้คุณแม่เลือกขนมที่ทำจากวัตถุดิบที่มีประโยชน์ เช่น
ทำจากถั่ว ขนมถั่วแปบ (ลดน้ำตาลโรยหน้าเล็กน้อยโรยงาดำป่นเยอะขึ้น), สารพัดถั่วนำมาต้มน้ำตาล หรือน้ำขิง, สาคูหรือข้าวเกรียบปากหม้อ แต่ต้องกินแกล้มกับผัก ฯลฯ
ทำจากนม มิ้ลค์เชค ผสมผลไม้หรือโยเกิร์ต, วุ้นโยเกิร์ต หรือวุ้นนมสด ฯลฯ
ผลไม้ ผลไม้สดตามฤดูกาลก็เป็นอาหารว่างได้ดี ไม่แพ้ขนมต่าง ๆ ที่กล่าวมา และคุณแม่ท้องก็ควรรับประทานทุกวัน
สำหรับคุณแม่ที่ต้องระวังเรื่องขนมหวานเป็นพิเศษ ก็ได้แก่ คุณแม่ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : mother&care

Possibly Related Posts: