เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตั้งครรภ์ อันนี้ก็แล้วแต่คนค่ะ ผู้หญิงบางคนรู้ตัวว่าตนเองตั้งครรภ์ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ แต่ผู้หญิงบางคนกว่าจะแน่ใจก็ต้องรอดูอาการ หรือทดสอบการตั้งครรภ์ซ้ำแล้วซ้ำอีก สำหรับผู้ที่ตั้งหน้าตั้งตาคอยเจ้าตัวน้อยมาเป็นโซ่ทองคล้องใจของครอบครัว อาจรอถึงเดือนที่ 2 ที่ 3 ไม่ไหว วันนี้ thai-mom มีอาการ 18 ข้อ ที่เป็นสัญญาณการตั้งครรภ์มาฝากค่ะ

 

เมื่อคุณรู้ว่าตั้งครรภ์

เมื่อคุณรู้ว่าตั้งครรภ์

เมื่อคุณรู้ว่าคุณตั้งครรภ์

1. ควรไปรับการตรวจ และ ฝากครรภ์ กับแพทย์ทันที แพทย์จะสั่งตรวจเลือดว่ามีเลือดกามโรคหรือไม่

2. ควรหลีกเลี่ยงการเอกซเรย์บริเวณหน้าท้อง เพื่อตรวจโรคต่าง ๆ เพราะลูกในท้องไม่ควรได้รับรังสีเอกซเรย์ ก่อนอายุ 3 เดือน

3. สำหรับท้องแรก ควรคลอดที่โรงพยาบาล จะปลอดภัยกว่า และควรให้แพทย์คนเดียวกัน ดูแลครรภ์ของคุณจนกระทั่งคลอด

4. ส่วนใหญ่หญิงมีครรภ์จะเริ่มรู้สึกแพ้ท้อง ในระยะ 6-8 สัปดาห์แรกของ การตั้งครรภ์ ถ้าอาการแพ้ท้องคลื่นไส้อาเจียนของคุณหนัก จนกินอาหารไม่ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนกินอาหาร อาจดื่มน้ำหรือน้ำผลไม้แทน หากอาการไม่ดีขึ้น จึงควรปรึกษาแพทย์

5. ไปหาแพทย์เป็นระยะ ๆ ก็จะได้รับ การตรวจปัสสาวะ ชั่งน้ำหนัก และวัดความดันโลหิต เพื่อตรวจดูว่าคุณเป็นโรคไตหรือครรภ์เป็นพิษหรือไม่

6. ในระยะหลังของการตั้งครรภ์ คุณจะต้องระวังมิให้หกล้ม ไม่ควรสวมรองเท้าสูง ปีนเก้าอี้หยิบของจากที่สูง ไม่ควรขี่จักรยาน จักรยานยนต์ หรือเดินในที่ที่อาจทำให้ล้มง่าย ฯลฯ

7. ระวังอย่าให้ขาดอาหารจำพวก แคลเซี่ยม เหล็ก ไอโอดีน วิตามิน โปรตีน ฯลฯ แคลเซี่ยมจำเป็นสำหรับการสร้างกระดูกและฟันของเด็ก แคลเซี่ยมมีมากในน้ำนม ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรดื่มนมประมาณครึ่งลิตรทุกวัน

8. ร่างกายของเด็กถูกสร้างด้วยโปรตีน ดังนั้น อาหารประเภทโปรตีนจึงจำเป็น โดยเฉพาะโปรตีนจากสัตว์ เช่น ปลา ไข่ เนื้อ เป็นต้น สำหรับผักสด ผลไม้ ก็ไม่ควรขาดเช่นกัน ควรกินข้าวให้ได้สัดส่วนกับอาหารประเภทอื่น

9. ไม่ควรกินอาหารรสจัดหรืออาหารชูรสเกินขนาด เช่น แกงเผ็ด ๆ, พริก, กระเทียม ฯลฯ สำหรับกาแฟนั้น ถ้าเพียงวันละแก้วก็ดื่มได้
บุหรี่ถ้าเป็นไปได้ควรงด แต่ถ้าเลิกสูบไม่ได้ก็ควรลดลงให้กว่าครึ่ง ควรงดเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์

10. การเดินทางไกลไม่ควรทำก่อนระยะครรภ์ 3 เดือน และหลังอายุครรภ์ 8 เดือน และถ้าเป็นไปได้ควรเดินทางด้วยรถไฟมากกว่ารถยนต์ สำหรับผู้ที่เคยแท้งควรจะระวังให้มา

11. แม่บ้านที่ทำงานอยู่กับบ้าน ไม่ควรเลิกทำงานบ้านในระหว่างตั้งครรภ์ ควรทำงานต่อไปตามปกติ ยกเว้นระยะที่มี อาการแพ้ท้อง มาก และควรเดินเล่นออกกำลังกายทุกวัน แต่ต้องหยุดพักทันทีที่คุณรู้สึกเหนื่อย หญิงมีครรภ์ไม่ควรไปเล่นน้ำทะเล และแม่น้ำลำคลอง เพราะน้ำบางแห่งสกปรก

12. การร่วมเพศกับสามี ควรหลีกเลี่ยงในระยะแรกของการตั้งครรภ์ เพื่อ ป้องกันการแท้งลูก และไม่ควรร่วมกับสามีในระยะ 4 สัปดาห์ ก่อนกำหนด คลอด

13. ควรถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลา สำหรับผู้ที่ท้องผูกบ่อย ๆ เมื่อตั้งครรภ์ ท้องจะผูกมากขึ้น ควรพยายามถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลาหลังอาหารเช้า กินผักสด ผลไม้ (เช่นมะละกอ กล้วย ฯลฯ) ให้มาก ๆ ดื่มน้ำมาก ๆ หลังตื่นนอนตอนเช้า

14. ควรฉีดยาป้องกันบาดทะยักก่อนอายุครรภ์ได้ 6 เดือน

15. ไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่รัดหน้าอก หน้าท้อง ควรสวมเสื้อผ้าที่ใส่สบาย เท้าของคุณจะบวมง่ายขึ้น จึงไม่ควรสวมรองเท้าคับ ๆ

16. สำหรับผู้ที่มีหัวนมบอด ควรนวดและดึงหัวนมประมาณ 4-5 นาที ทุกครั้งหลังอาบน้ำ แต่ไม่ควรกังวลกับมันมากนัก เพราะส่วนใหญ่ปัญหานี้ มักแก้ตกเมื่อพยายามให้เด็กดูดนม

17. ระหว่างตั้งครรภ์ ไม่ควรเลี้ยงหรือเล่นกับสุนัขและแมว เพื่อป้องกันการติดโรค เช่น พยาธิทอกโซปลาสมา (Toxoplasmosis) ซึ่งอาจจะทำให้ลูกที่ออกมามีความผิดปกติต่าง ๆ ได้

18. เมื่อครบกำหนดคลอดแล้ว คุณยังไม่คลอดก็ไม่ต้องกังวล การคลอดล่าช้ากว่ากำหนดประมาณ 2 สัปดาห์นั้น เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเกินกำหนด 2 สัปดาห์ไปแล้ว เด็กอาจจะเกิดภาวะขาดออกซิเจนได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :  www.sudrak.com

Possibly Related Posts: