ในช่วงขวบปีแรกนั้น ภูมิคุ้มกันในร่างกายของลูกน้อยยังมีไม่มาก หากคุณพ่อคุณแม่ไม่ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค ในขวดนมของลูกน้อย ก็อาจทำให้มีไวรัส แบคทีเรีย หรือปรสิตต่างๆในขวดนมที่เมื่อลูกน้อยกินนมจากขวดนมดังกล่าว เข้าไปก็อาจทำให้ลูกน้อยเจ็บป่วยไม่สบาย และอาจรุนแรงถึงขั้นอาเจียนหรือท้องร่วงได้ วันนี้ thai-mom  มีวิธีการดูแลทำความสะอาดความนมมาฝากค่ะ

 

ทำความสะอาดขวดนม

ทำความสะอาดขวดนม

ก่อนจะทำการฆ่าเชื้อ (Sterilize)

นั้นจะต้อง ทำความสะอาดขวดนมของลูกน้อย เสียก่อน โดยการถอดชิ้นส่วนของขวดนม ออกมาล้างให้ครบทุกชึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีคราบนมหลงเหลืออยู่ โดยควรล้างทันทีที่ลูกกินนมเสร็จ ใช้น้ำร้อนผสม น้ำสบู่อ่อนๆหรือใช้น้ำยาล้างขวดนมล้างทุกชิ้นส่วนของขวดน ม (ไม่ว่าจะเป็น ภายในขวดนม-คอขวด-เกลียว จุกนม แหวนยาง รวมถึงฝาครอบจุกนม)ให้สะอาด โดยเฉพาะบริเวณจุกนมซึ่งอาจมีคราบน้ำนมหลงเหลืออยู่ ซึ่งในการฆ่าเชื้อนั้น ไม่สามารถทำให้คราบเหล่านี้หลุดออกไปได้ เมื่อล้างชิ้นส่วนทุกชิ้นจนสะอาดเรียบร้อยแล้ว ก็นำไปล้างในน้ำสะอาดอีกครั้งเพื่อกำจัดสารตกค้างจากน้ำสบู่หรือจาก น้ำยาล้างขวดนม ให้หมดไป สำหรับ การล้างขวดนม ด้วยเครื่องล้างจานนั้นก็สามารถทำได้ค่ะ แต่ควรแยกจุกนมมาล้างต่างหากเพื่อให้แน่ใจว่าจุกนม
จะสะอาดจริงๆ และควรตรวจสอบขวดนมหลังการล้างทุกครั้งด้วยว่ามีรอยร้าวหรือรอยแตกหรือไม่ หากพบว่ามีก็ควรจะทิ้งไปเลยนะคะ ไม่ควรนำมาใช้ต่อค่ะ เพราะแบคทีเรียสามารถฝังตัวในรอยร้าวเหล่านั้น ซึ่งการฆ่าเชื้ออาจกำจัดได้ไม่หมดค่ะสำหรับการฆ่าเชื้อนั้นสามารถทำได้หลายวิธีด้วยกันค่ะ ขึ้นอยู่กับความสะดวกของคุณพ่อคุณแม่แต่ละคน สำหรับวิธีที่ได้รับความนิยมได้แก่

ทำความสะอาดขวดนม

ทำความสะอาดขวดนม

การฆ่าเชื้อด้วยที่นึ่งขวดนมไฟฟ้า: นับเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันเนื่องจาก ง่าย สะดวก และรวดเร็ว เพราะใช้เวลาทั้งหมดเพียง 8-12 นาทีเท่านั้น (ขึ้นอยู่กับเครื่องแต่ละยี่ห้อ) นอกจากนี้ยังสามารถเก็บขวดที่ทำการฆ่าเชื้อแล้วให้อยู่ในสภาพปลอดเชื้อได้นานถึง 6 ชั่วโมง โดยที่นึ่งขวดนมไฟฟ้าส่วนมากจะนึ่งขวดนมได้มากที่สุดประมาณ 4-6 ขวดต่อการนึ่ง 1 ครั้ง

การฆ่าเชื้อด้วยไมโครเวฟ : ต้องเป็นขวดนมที่ทำจากพลาสติกที่สามารถใช้กับไมโครเวฟได้เท่านั้นนะคะ โดยต้องเปิดฝาขวดนมออก นำขวดนมเข้าไปวาง แล้วตั้งเวลา 90 วินาทีในการฆ่าเชื้อแต่ละขวด (เพื่อความปลอดภัยควรสอบถามจากตัวแทนจำหน่ายของขวดนมยี่ห้อที่ใช้อยู่ว่าสามารถนำมาฆ่าเชื้อด้วยวิธีนี้ได้หรือไม่) หรือบางคนอาจซื้อที่นึ่งสำหรับไมโครเวฟมาใช้ก็ได้นะคะ ซึ่งจะใช้เวลา 3-8 นาที (รวมเวลาในการรอให้เย็นแล้ว) ขึ้นอยู่กับกำลังไฟของไมโครเวฟแต่ละเครื่องค่ะ ควรระวังเวลาเปิดฝาที่นึ่งนะคะ เพราะภายในนั้นจะร้อนมากหากนึ่งเสร็จแล้วไม่เปิดฝา ก็จะสามารถช่วยให้ขวดนมที่อยู่ในนั้นปลอดเชื้อต่อไปได้นานถึง 3 ชั่วโมงเลยทีเดียว

การฆ่าเชื้อด้วยเครื่องล้างจาน: ต้องตั้งอุณหภูมิของเครื่องล้างจานไว้ที่ 80 องศาเซียลเซสหรือมากกว่า โดยหลังจากฆ่าเชื้อเสร็จควรนำไปใช้ชงนมทันทีเพราะเมื่อออกจากเครื่องล้างจานแล้ว แบคทีเรียสามารถก่อตัวได้ค่อนข้างรวดเร็ว ไม่เหมาะกับ การฆ่าเชื้อขวดนม ที่ไม่ต้องการใช้งานในทันที

การต้ม: เป็นวิธีที่เก่าแก่ที่สุดในการฆ่าเชื้อโรค นำอุปกรณ์ต่างๆที่ต้องการฆ่าเชื้อใส่ลงในหม้อที่มีน้ำอยู่ โดยต้องดูให้แน่ใจว่าน้ำท่วมอุปกรณ์ทุกชิ้น ไม่มีฟองอากาศในขวดนมหรือในจุกนม จากนั้นปิดฝาและต้มเป็นเวลาอย่างน้อย 10 นาที ปิดฝาและเก็บอุปกรณ์ต่างๆไว้อย่างนั้นจนถึงเวลาที่ต้องการนำมาใช้ แต่วิธีนี้อาจทำให้จุกนมยางเสื่อมสภาพได้ง่าย

การนึ่ง: นำอุปกรณ์ต่างๆที่ต้องการฆ่าเชื้อใส่ลงในลังถึงที่มีน้ำอยู่ชั้นล่าง จากนั้นปิดฝาและต้มเป็นเวลาอย่างน้อย 10 นาที

เมื่อฆ่าเชื้อขวดนมเสร็จแล้ว ควรเก็บไว้ในภาชนะฆ่าเชื้อนั้นก่อนนะคะ เพราะจะช่วยให้ขวดนมปลอดเชื้อได้นานยิ่งขึ้น เมื่อต้องการนำมาใช้ให้ทำความสะอาดพื้นที่วางขวดนมให้เรียบร้อยเสียก่อน ล้างมือแล้วเช็ดให้แห้ง จากนั้นจึงนำขวดออกมาวางไว้บนพื้นที่ที่เตรียมไว้ ใช้คีมที่สะอาดและผ่านการฆ่าเชื้อแล้วช่วยในการคีบจุกนมและแหวนยาง เก็บในภาชนะที่สะอาดและปิดมิดชิดจนถึงเวลาที่ต้องการนำมาใช้ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ขวดนมของลูกปลอดเชื้อได้แล้วค่ะ

ขอขอบคุณ nestlebaby.com

Possibly Related Posts: