เลี้ยงลูกรักให้มีพัฒนาการสมวัยนั้น thai-mom มีข้อมูลของคุณหมอมาแนะนำ 8 ข้อ เพื่อช่วยให้เพิ่มความมั่นใจของคุณพ่อคุณแม่ ที่จะเลี้ยงลูกให้เจริญเติบโต มีพัฒนาการที่ดี สมกับความรักความเอาใจใส่ที่คุณมีให้ต่อสมาชิกตัวน้อยในครอบครัวของคุณค่ะ

เลี้ยงลูกให้มีพัฒนาการสมวัย

เลี้ยงลูกให้มีพัฒนาการสมวัย

 

ข้อที่ 1 สร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย

การสร้างสภาพแวดล้อมของเด็ก “มั่นคงปลอดภัย” “ตอบสมองลูกได้อย่างเหมาะสม” “คาดการณ์ได้” “มั่นคงปลอดภัย” คือ การนำสิ่งที่อาจเป็นอันตรายกับลูกได้ ออกไปจากสิ่งแวดล้อมของลูก “ตอบสนองลูกได้อย่างเหมาะสม” คือ ตอบสนอง ความต้องการของลูกในเวลาที่งอแง เช่น พูดคุย โอบกอด เปลี่ยนผ้าอ้อม หรือให้นม “คาดการณ์ได้” คือ ดำเนินกิจวัตรประจำวันของลูกให้มีกำหนดเวลาที่แน่นอน (แต่อาจยืดหยุ่นได้บ้าง) เพื่อให้ลูกเรียนรู้ว่า ขณะนี้เขาจะคาดหวังอะไรได้จากโลกรอบๆ ตัวเขา

เลี้ยงลูกให้มีพัฒนาการสมวัย

เลี้ยงลูกให้มีพัฒนาการสมวัย

ข้อที่ 2 สร้างโอกาสในการเรียนรู้ให้แก่ลูก

สมองจะเติบโตได้ดี ถ้ามีโอกาสได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับประสบการณ์เดิม

ข้อที่ 3 ดูแลโภชนาการ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุด สำหรับพัฒนาการของสมองลูก แต่ต้องไม่ลืมสร้างพฤติกรรมการกินที่เหมาะสม

ข้อที่ 4 พูดคุยกับลูก

เมื่อลูกยังเป็นทารก คุณควรสบตาลูก ยิ้ม เห่กล่อมด้วยเสียงที่เป็นจังหวะอ่านหนังสือ ให้ลูกฟัง ร้องเพลง แต่เมื่อลูกโตขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา อธิบายเมื่อเขาถาม ตั้งคำถามด้วยคำถามที่สมวัยให้ลูกตอบ

ข้อที่ 5 จำกัดเวลาในการดูโทรทัศน์ อย่าใช้โทรทัศน์ช่วยเลี้ยงลูก

เพราะลูกต้องการปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ไม่ใช่โทรทัศน์

ข้อที่ 6 ส่งเสริมพัฒนาการของลูกอย่างสมดุลรอบด้าน

อย่ามุ่งเน้นเพียงพัฒนาการด้านใดด้านหนึ่ง แต่ควรคำนึงว่า พัฒนาการเด็ก ต้องพัฒนาทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ สังคม คุณธรรม และจิตวิญญาณ จึงไม่ควรส่งเสริมลูกเพียงการอ่านหรือการเขียน เท่านั้น

 

เลี้ยงลูกให้มีพัฒนาการสมวัย

เลี้ยงลูกให้มีพัฒนาการสมวัย

ข้อที่ 7 ตรวจคัดกรองพัฒนาการเป็นระยะๆ
นอกเหนือจากการวัดการเจริญเติบโตของลูก ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักหรือส่วนสูง ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในพัฒนาการทางด้านร่างกายแล้ว การประเมินพัฒนาการเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากพ่อแม่จะได้ทราบว่า ลูกมีระดับพัฒนาการสมวัยหรือไม่ ถ้าลูกมี พัฒนาการสมวัย พ่อแม่จะได้รู้แนวทางในการส่งเสริมพัฒนาการขั้นต่อไป จากการศึกษา พบว่า หากมีการตรวจคัดกรองพัฒนาการตั้งแต่แรกเริ่ม และในกรณีที่มีความล่าช้า ให้ความช่วยเหลือด้านพัฒนาการตั้งแต่แรกเริ่ม จะช่วยให้เด็กพัฒนาได้เต็มศักยภาพของตน และมีผลดีกว่าที่จะรอ จนเด็กแสดงปัญหาทั้งด้านพัฒนาการและพฤติกรรมออกมาแล้ว

ข้อที่ 8 อย่าลืมดูแลตัวคุณเอง
พ่อแม่ที่มีความเครียดมีแนวโน้มทึ่จะส่งต่อความเครียดไปยังลูก และส่งผลเสียต่อ พัฒนาการของสมองลูกรัก ดังนั้น พ่อแม่จึงควรดูแลเอาใจใส่ตนเอง หาเวลาอยู่กับตัวเองบ้าง อ่านหนังสือ หรือหาโอกาสพูดคุยกับคนที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงเด็กมาก่อน เพื่อช่วยให้คลาดความกังวลต่อการเลี้ยงลูก

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.bangkokhealth.com

Possibly Related Posts: